การกำหนดเป้าหมายและการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ องค์การสหประชาชาติ (SDGs)

บริษัทฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลัก 7 เป้าหมายจากทั้งหมด 17 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 7 (พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้) เป้าหมายที่ 8 (การจ้างงานที่ มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) เป้าหมายที่ 9 (อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน) เป้าหมายที่ 11 (เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน) เป้าหมายที่ 12 (แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) เป้าหมายที่ 13 (การรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ) และเป้าหมายที่ 16 (สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก) เพื่อกำหนดแนวทาง การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

7 Affordable and clean energy

SDGs / เป้าหมาย

  • 7: 7.1, 7.2, 7.3

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

กลุ่มจีพีเอสซี ในฐานะแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะนำทักษะ ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบไฟฟ้า ในการส่งมอบพลังงานสะอาดให้กับชุมชนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยได้จัดทำโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นให้มีความปลอดภัย มีอาชีพที่มั่นคง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “Light for Better Life” (LBL) การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น โดยความมุ่งมั่นในเรื่องนี้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนเป้าหมายที่ 7 คือ การมีพลังงานที่เข้าถึงได้ เชื่อถือได้ อย่างยั่งยืนและทันสมัย

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • ขยายการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 9 โครงการใน 4 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร สุพรรณบุรี ลพบุรี และขอนแก่น โดยมีกำลังการผลิตรวม ทั้งสิ้น 39.5 เมกกะวัตต์
  • ดำเนินโครงการ Light for Better Life: Renewable Energy in Remote Areas ซึ่งเป็นการปรับปรุงระบบไฟฟ้า ติดตั้งและส่งมอบระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานในพื้นที่ห่างไกลและชุมชนที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ได้แก่ การดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านทุ่งต้นงิ้วและบ้านแม่หลองหลวง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ การติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับ 3 โรงเรียนในอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลเกาะสีชัง เป็นต้น
  • อยู่ในระหว่างดำเนินการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไต้หวัน โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 55.8 เมกกะวัตต์
  • มองหาโอกาสใหม่ ๆ เพิ่มเติมในการพัฒนาและลงทุนโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในการแสวงหาโอกาสการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
  • ติดตั้งและส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานให้แก่ชุมชนที่อยู่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้าทั่วประเทศ โดยในปี 2564 จะดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมให้กับสถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) อีก 8-10 แห่ง ในอำเภออมก๋อย รวมทั้งติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานให้กับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน และอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม
  • เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พลังงานของ หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • เพิ่มโอกาสการดำเนินธุรกิจพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ๆ
  • ลดต้นทุนการผลิตพลังงานไฟฟ้า
  • เพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตที่มาจากพลังงานหมุนเวียน
  • เพิ่ม การคำนวณการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ลดการใช้พลังงานและ ค่าใช้จ่าย
  • เสริมสร้างความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ขาดแคลน
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าโดยใช้พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
  • ลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ
  • สนับสนุนนโยบายรัฐในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 30 ภายในปี 2568 โดยมีเป้าหมายระยะยาวร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 8,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573
  • ลดต้นทุนในการผลิตพลังงาน ซึ่งอยู่ในแผนการดำเนินงานปี 2563
  • ดำเนินโครงการด้านการปรับปรุง ประสิทธิภาพ โดยการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมภายในปี 2565
  • ส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานจำนวน 1,000 กิโลวัตต์ให้แก่ชุมชนที่ขาดแคลนทั่วประเทศภายในปี 2568

SDGs / เป้าหมาย

  • 8: 8.1, 8.2, 8.3, 8.4, 8.5, 8.6, 8.7, 8.8, 8.9

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

กลุ่มจีพีเอสซี ตระหนักดีว่าความมั่นคงทางไฟฟ้ามีความสำคัญต่อการสร้างอาชีพและรายได้ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีต่อประชาชน สังคมตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศให้มีความมั่นคงทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค จึงมุ่งมั่นขยายกำลังการผลิตและจัดส่งพลังงานที่ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ ให้สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รวมถึงการสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนทุกคนโดยความมุ่งมั่นในเรื่องนี้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนข้อที่ 8 คือ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดและข้อบังคับตาม กฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ต่อต้านการจ้างงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมถึงดำเนินงานตามนโยบายสิทธิมนุษยชนของกลุ่มจีพีเสซี
  • จัดหาพื้นที่ปฏิบัติงานที่เหมาะสม ปลอดภัยในการทำงาน โดยดำเนินการจัดทำแผนงานวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยสำหรับกลุ่มบริษัทฯ และมีการดำเนินงานเกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมา
  • ส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านโครงการจ้างงานเพิ่ม
  • สนับสนุนโครงการสาธารณูปการ เพื่อ สนับสนุนระเบียงเขตเศรษฐกิจภาค ตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และเขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • ดำเนินโครงการด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ พลังงานและลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมการจ้างงาน
  • ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหลักและเมืองรองของประเทศไทยผ่านโครงการและกิจกรรมภายในของบริษัทฯ
  • ขยายกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่พื้นที่อุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศเป้าหมายการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • เพิ่มโอกาสการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลต่อการเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
  • เสริมสร้างความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • รักษาพนักงานและลดอัตราการลาออกในองค์กร

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ปฏิบัติงานและระดับประเทศ
  • ส่งเสริมและเพิ่มการจ้างงานท้องถิ่น
  • พื้นที่สีเขียวและแหล่ง ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างน้อย 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568
  • พัฒนาและลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทยและประเทศเป้าหมายการลงทุน ซึ่ง ช่วยส่งเสริมการจ้างงานและการ เติบโตทางเศรษฐกิจได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม
  • พัฒนาโครงการพลังงานความร้อนร่วม และพลังงานหมุนเวียนในโครงการ EEC และ EECi
  • ดำเนินงานตามแผนงานวัฒนธรรม ด้านความปลอดภัยในทุกโรงงาน ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงสามารถ ติดตามผลและคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความโดดเด่นในด้านการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
  • จ้างงานเพิ่ม 100 อัตราภายในปี 2563
  • สนับสนุนการฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศโดยการสนับสนุนค่าที่พักในกลุ่มโรงแรม SME จำนวน 1,440 ห้อง

SDGs / เป้าหมาย

  • 9: 9.2, 9.4, 9.5

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

นวัตกรรมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการผลักดันธุรกิจ ทั้งก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนากลุ่มจีพีเอสซี จึงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งเสริมความยั่งยืนทั้งทางธุรกิจและสังคม เช่น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการกักเก็บพลังงานร่วมกับหุ้นส่วนธุรกิจและได้ก่อสร้างโรงงานผลิตแบตตอรี่ต้นแบบ เพื่อเตรียมรองรับความต้องการด้านการกักเก็บพลังงานในอนาคต การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้แก่สถานที่ต่างๆ และโครงการ Young Social Innovator (YSI) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มจีพีเอสซี ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผ่านโครงการ ผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เยาวชนถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศให้แข็งแรง เป็นต้น สำหรับโครงการนวัตกรรมดังกล่าวนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนข้อ 9 ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและทั่วถึง และสนับสนุนด้านนวัตกรรม

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • ก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ (Semi Solid) ขนาด 30 เมกกะวัตต์/ ปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำคัญในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำขนาด 18 กิโลวัตต์ เพื่อการเรียนรู้ด้านเกษรตรกรรม ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง วิจัยและพัฒนาการกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Storage System: ESS) ซึ่งใช้ในการควบคุมการจัดเก็บและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำขนาด 18 กิโลวัตต์ เพื่อการเรียนรู้ด้านเกษรตรกรรม ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
  • ดำเนินโครงการประกวดนวัตกรรมร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวางแผนขยายความร่วมมือออกไปยังสถานบันการศึกษาอื่น ๆ
  • ดำเนินโครงการ YSI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยขยายโครงการให้ครอบคลุมสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ
  • ขยายธุรกิจไปในเขตประเทศที่กำลังพัฒนา ด้านอุตสาหกรรม ลงทุนพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพของ กระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมผ่านเทคโนโลยี

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • เพิ่มโอกาสการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
  • ถ่ายทอดเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ ๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพใน กระบวนการผลิต

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • เพิ่มโอกาสการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
  • ถ่ายทอดเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ ๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพใน กระบวนการผลิต

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • สาธารณูปโภคในพื้นที่การดำเนินธุรกิจและสนับสนุนการช่วยเหลือเหตุการณ์ภัยพิบัติของประเทศอย่างต่อเนื่อง
  • พัฒนาโครงการ Smart Energy ธุรกิจจำหน่ายน้ำเย็นเพื่อปรับ อากาศ (District Cooling Business) บนพื้นที่ที่มีศักยภาพ
  • พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและ ดำเนินโครงการปรับปรุงระบบ สาธารณูปโภคโดยการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพมาร่วมดำเนินการ
  • จ้างงานบุคลากรในพื้นที่การขยายธุรกิจเพื่อส่งเสริมการสร้างบุคคลากรในธุรกิจการผลิตไฟฟ้าและเป็นรากฐานสำหรับโรงไฟฟ้าต่อไปให้ได้อย่างน้อย 20 คน/ โรงไฟฟ้า ภายในปี 2566
  • จ้างงานบุคลากรในพื้นที่การขยายธุรกิจเพื่อส่งเสริมการสร้างบุคคลากรในธุรกิจการผลิตไฟฟ้าและเป็นรากฐานสำหรับโรงไฟฟ้าต่อไปให้ได้อย่างน้อย 20 คน/ โรงไฟฟ้า ภายในปี 2566
  • คัดเลือกโครงการที่ได้รับรางวัล จากการประกวดนวัตกรรมในโครงการ YSI มาต่อยอดในการพัฒนาชุมชนในเชิงพาณิชย์ อย่างน้อย 1 โครงการ

SDGs / เป้าหมาย

  • 11: 11.1, 11.6

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

เพื่อส่งเสริมให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย กลุ่มจีพีเอสซี จึงได้วางแนวทางเพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมผ่านการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละท้องถิ่นและความเชี่ยวชาญของกลุ่มจีพีเอสซี ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 แนวทางหลัก ได้แก่ (1) สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน (2) พัฒนาคุณภาพชีวิต (3) อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ (4) การศึกษา สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนข้อ 11 ในการส่งเสริมให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • พัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้แก่โรงเรียน วัด และโรงพยาบาล ให้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
  • สนับสนุนด้านการศึกษาให้กับเยาวชนและสถานศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่
  • สนับสนุนกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของชุมชน รวมทั้งให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • ได้รับการยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกันกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน
  • สร้างโอกาสทางธุรกิจ
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ส่งเสริมการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของชุมชน

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ผลสำรวจความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาชุมชน มากกว่าร้อยละ 75

SDGs / เป้าหมาย

  • 12: 12.2, 12.5

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

กลุ่มจีพีเอสซี ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่และชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าของกลุ่มจีพีเอสซี จึงได้ริ่เริมโครงการเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและสร้างสมดุลในระบบนิเวศน์วิทยา อาทิ แผนการอนุรักษ์พลังงานของแต่ละโรงไฟฟ้า การนำน้ำเสียในโรงงานกลับมาใช้ใหม่ โครงการ “Zero Waste Village” ทีได้นำความรู้ด้านการบริหารจัดการของเสียแบ่งปันแก่ชุมชน สร้างกิจกรรมที่สนับสนุนการลดของเสีย และสร้างรายได้ให้แก่ 4 ชุมชน ได้แก่ (1) เทศบาลตำบลทับมา, (2) เทศบาลตำบลน้ำคอก, (3) เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา, (4) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตะพาน ผ่านกิจกรรม 6 อย่าง ได้แก่ (1) ธนาคารขยะ (Waste Bank), (2) Waste donation recycling, (3) การประชุมเชิงปฏิบัติกับผู้นำในโรงเรียนเกี่ยวกับการจัดการของเสีย, (4) การสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดการของเสีย, (5) ตลาดนัดธรรมชาติ (Green Market), (6) กิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการของเสียอื่นๆ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการลดของเสีย ซึ่งความมุ่งมั่นในส่วนนี้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในข้อ 12 ในการส่งเสริมแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • โครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร (Waste to Energy) ในจังหวัดระยอง โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ โครงการผลิตเชื้อเพลิงขยะ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และโครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จเพร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในปี 2564
  • ดำเนินการตามแผนการอนุรักษ์พลังงานของบริษัทฯ
  • ดำเนินโครงการด้านการจัดการของเสีย ตามหลัก 3R โครงการ Water Footprint และลดการใช้น้ำและพลังงานอย่างต่อเนื่อง
  • ปรับปรุงระบบการผลิตน้ำรีเวอร์ส ออสโมซิส (Reverse Osmosis: R.O.) และน้ำปราศจากไอออน
  • ลดการก่อกำเนิดของเสีย
  • อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะแบบครบวงจรเพื่อแปลงเป็นพลังงาน (Waste to Energy Learning Center)
  • พัฒนาแผนด้านความยั่งยืนและประเมิน ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาล (ESG) ร่วมกับคู่ค้า
  • จัดตั้งโครงการ Zero Waste to Landfill
  • ลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการส่งเสริมความรู้เรื่องการจัดการขยะชุมชนใน 4 ชุมชนที่กล่าวไปแล้ว รวมทั้งเปิดศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะชุมชนฯ ให้ประชาชนเข้ามาศึกษาดูงาน
  • จัดตั้งโครงการลดปริมาณของเสียในชุมชน โดยนำไปผลิตเป็นสารปรับปรุงดิน
  • ดำเนินการนำของเสียจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมของอิฐมวลเบาเพื่อการก่อสร้างอาคาร
  • ดำเนินการนำน้ำทิ้งมารดกองถ่านเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณน้ำเสียในกระบวนการผลิต
  • ปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดการใช้น้ำดิบในกระบวนการผลิต

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาลในการบริหารจัดการคู่ค้า
  • ลดใช้ทรัพยากรค่าใช้จ่ายและต้นทุนในกระบวนการผลิตและ ของเสีย
  • ลดการใช้พลังงานและ ค่าใช้จ่าย
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการบริหารจัดการที่ดี
  • ลดความเสี่ยงด้านข้อร้องเรียนและข้อบังคับทางกฎหมาย

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ส่งเสริมการจัดการด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาลของคู่ค้า
  • ส่งเสริมการอนุรักษ์ ทรัพยากรและความยั่งยืน
  • สร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ลดการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. ภายใน ปี 2562-2566
  • ไม่มีของเสียส่งกำจัดในหลุมฝังกลบ
  • มีโครงการและกิจกรรมย่อยในพื้นที่ อาทิ ธนาคารขยะ กิจกรรมบริจาคขยะเพื่อสาธารณกุศล กิจกรรมการคัดแยกขยะพื้นฐาน และการจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือน โครงการอบรมนักเรียน และครูแกนนำคัดแยกขยะในโรงเรียน โครงการแปรรูปขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า โครงการตลาดสีเขียว เป็นต้น
  • สามารถลดปริมาณของเสียจาก โรงงานถ่านหิน 200,000 ตันต่อปี
  • สามารถลดปริมาณน้ำเสียได้ 260,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
  • สามารถลดการใช้น้ำดิบได้ ประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

SDGs / เป้าหมาย

  • 13: 13.2

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังเป็นประเด็นหลักในความสนใจของทั่วโลก เกิดความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะพยายามลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียสนั้น กลุ่มจีพีเอสซี ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ามุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ โดยความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อที่ 13 คือ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • เข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER)โครงการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint Organization: CFO)
  • กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การรับรองโครงการ T - VER จากการ ดำเนินงาน ได้แก่ โครงการปรับปรุงอุปกรณ์และระบบควบคุมน้ำในหม้อไอน้ำแรงดันสูง โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าหน่วยที่ 3 (CFB3) โครงการผลิตเชื้อเพลิงขยะจากขยะมูลฝอยชุมชนที่จังหวัดระยองโครงการการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยการเปลี่ยนใบพัดระบบหล่อเย็น ที่ศูนย์ผลิตสาธารณูปการแห่งที่ 3 (CUP-3)
  • ดำเนินโครงการ G-infinite Power เพื่อบริหารสินทรัพย์เชิงบูรณาการภายในกลุ่มจีพีเอสซี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้มากกว่า 71,431 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันผลิตภัณฑ์ต่อปี

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการมีระบบบริหารจัดการที่ดี
  • ลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย
  • ลดผลกระทบในระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีต่อบริษัทฯ เช่น ภาวะน้ำแล้ง เป็นต้น

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ
  • ลดผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • เป้าหมาย 5 ปีของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับกลุ่ม ปตท.
  • สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ LESS และ T-VER

SDGs / เป้าหมาย

  • 16: 16.5, 16.6

แรงจูงใจและความเชื่อมโยงต่อธุรกิจ

การกำกับดูแลอย่างยุติธรรมและโปร่งใสเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน กลุ่มจีพีเอสซี จึงให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลองค์กรอย่างยุติธรรมและโปร่งใสตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชน ต่อต้านการคอร์รัปชันและการทุจริตในทุกรูปแบบ โดยความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อง 16 คือ สังคมสงบสุข ยุติธรรม และไม่แบ่งแยก

แผนการดำเนินงาน

  • กำลังดำเนินการในปัจจุบัน
  • อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน
  • เพิ่มความตระหนักในเรื่องความโปร่งใส อย่างมีจริยธรรมและการกำกับดูแล กิจการที่ดีโดยการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท อาทิ การอบรมเนื้อหาเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรณยาบรรณในการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ การปฐมนิเทศพนักงาน การจัดกิจกรรม PTT Group CG day และ QSHE&KM Day เป็นต้น
  • ยื่นแบบการประเมินเพื่อต่ออายุการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน ของภาคเอกชนไทย (CAC)
  • จัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงาน และประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกหน่วยงาน
  • ปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้องและเพิ่มช่องทางรับข้อร้องเรียนด้านจริยธรรม
  • ปรับใช้กรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมด้านสิทธิมนุษยชน ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
  • พัฒนาหลักจริยธรรมด้านการกำกับดูแล กิจการที่ดี

ประโยชน์ต่อบริษัท

  • มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
  • ลดความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชันและการทุจริตในทุกรูปแบบ
  • ส่งเสริมการปฏิบัติอย่างถูกหลักจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ลดความเสี่ยงด้านสิทธิ มนุษยชนในองค์กร

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

  • ลดปัญหาด้านการคอร์รัปชันและการทุจริต และมีบุคลากรเป็นแบบ อย่างที่ดีในสังคม

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • อัตราส่วนผู้เข้ารับการทดสอบและคะแนนเฉลี่ยของผลการทดสอบ จากผู้ตอบแบบทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทมากกว่าร้อยละ 80
  • รายงานความโปร่งใสด้าน ผลประโยชน์ที่ทับซ้อนถึงระดับ บริหารครบทั้งร้อยละ 100
  • รักษาสนานภาพการเป็นสมาชิก แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
  • ได้ระดับดีเลิศ (5ดาว)โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน
  • ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิ มนุษยชนครอบคลุมทุกพื้นที่การ ดำเนินงานร้อยละ 100
  • ผู้เข้าร่วมผ่านการประเมินด้าน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมีกระบวนการประเมินและจัดลำดับความสำคัญอ้างอิงตามกรอบการรายงานความยั่งยืนสากล Global Reporting Initiative (GRI) ฉบับ GRI Standards และกรอบการรายงานแบบบูรณาการ (International Integrated Reporting Framework) ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการรวบรวมและประเมินประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืนที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ให้ความสำคัญในบริบทของความยั่งยืนและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก ประกอบกับการนำแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทฯ และปัจจัยความเสี่ยงของบริษัทฯ ในปัจจุบันและอนาคตที่อาจส่งผลกระทบหรือเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจมาประกอบการประเมินความสำคัญของประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขั้นที่ 1 การระบุประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 1 การระบุประเด็นที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการ

ระบุประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากความคาดหวังและความสนใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก กลยุทธ์ของบริษัทฯ ปัจจัยความเสี่ยง โอกาสในการดำเนินธุรกิจ ตัวชี้วัดมาตรฐานของ GRI แนวโน้มของธุรกิจโลกและในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน อีกทั้งรวมถึงการรวบรวมประเด็น ต่างๆ มาจัดเป็นกลุ่มประเด็น (Aspects) อันเป็นการนำไปสู่ การบริหารจัดการของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

แนวทางการปฏิบัติ
  • แนวปฏิบัติการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. และบริษัทฯ
  • เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
  • แนวทางปฏิบัติสากล ได้แก่ GRI1, DJSI2, SDGs 3, WBCSD 4, CDP5, ISO 260006, UNGC7, IIRC8 และอื่นๆ
  • การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร
  • การสำรวจความพึงพอใจของชุมชน
  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า
  • กระบวนการพัฒนาภาพลักษณ์องค์กร
  • การรับข้อร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ
  • การประเมินความเสี่ยงขององค์กร

ขั้นที่ 2 การจัดลำดับประเด็นที่สำคัญ

การดำเนินการ

การจัดลำดับความสำคัญต่อบริษัทฯ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อบริษัทฯ และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย น้ำหนักของคะแนนที่ให้ต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องต่างๆ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง และโอกาสในการดำเนินธุรกิจรวมถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการนำความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียมาพิจารณาในการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มประเด็นจะถูกแบ่งตามความสำคัญ 3 ระดับ ได้แก่ Value Creation/Risk (ประเด็นที่สร้างคุณค่า / ประเด็นความเสี่ยงสูง), Enabler (ประเด็นที่ส่งเสริมการสร้างคุณค่า / บริหารจัดการความเสี่ยง), Fundamental (ประเด็นพื้นฐานที่ต้องบริหารจัดการตามที่กฎหมาย)

แนวทางการปฏิบัติ
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้แทนจากทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้มีส่วนได้เสีย แต่ละกลุ่ม
  • การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียภายนอก

ขั้นที่ 3 การทวนสอบประเด็นสำคัญของรายงาน

การดำเนินการ

การจัดทำผลสรุปประเด็นที่สำคัญต่อบริษัทฯ โดยรวบรวม ผลการประเมินประเด็นที่สำคัญและระบุความสอดคล้องระหว่าง ประเด็นที่สำคัญกับหมวดการรายงานของ GRI (GRI Aspects) เสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญด้าน ความยั่งยืน ขอบเขตของรายงานและตรวจสอบการประเมิน ดังกล่าว เพื่อให้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ รวมถึงการนำเสนอผลสรุปให้กับคณะกรรมการจัดการของบริษัทฯ เป็นผู้ทบทวนและอนุมัติเนื้อหาในประเด็นสำคัญ พร้อมทั้งตรวจทานข้อมูลการจัดทำรายงานนั้นให้มีความโปร่งใสและถูกต้องสอดคล้องตามข้อกำหนดการรายงาน ตามตัวชี้วัดมาตรฐานของ GRI เพื่อนำเสนอในรายงานความยั่งยืนประจำปี

แนวทางการปฏิบัติ
  • การประชุมกลุ่มย่อยแต่ละหน่วยงานเพื่อทบทวน ระดับความสำคัญที่วิเคราะห์จากผู้มีส่วนได้เสียภายนอก
  • สัมภาษณ์ตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียภายนอกทั้ง 8 กลุ่ม
  • กลุ่มผู้บริหารของบริษัทฯ ประชุมและทบทวนประเด็นที่สำคัญ ต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ

ขั้นที่ 4 การทบทวนและพิจารณาประเด็นสำคัญ

การดำเนินการ

การทบทวนและพัฒนาการรายงานอย่างต่อเนื่องโดยทวนสอบ รายงานความยั่งยืนเพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดประเด็นที่สำคัญ ของบริษัทฯ ตอบสนองต่อความคาดหวังและความสนใจของ ผู้มีส่วนได้เสีย และพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย รับฟังและนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาคุณภาพของการจัดทำรายงาน ผ่านช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้อ่าน ในรูปแบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ เช่น การเข้าร่วม การประเมินรางวัลรายงานความยั่งยืน ซึ่งจัดทำโดยสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สถาบันไทยพัฒน์ เป็นต้น เพื่อสะท้อนถึงประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียให้มีความสนใจได้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการปฏิบัติ
  • การทวนสอบรายงานความยั่งยืนโดยหน่วยงานภายนอก
  • การรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่างๆ
  • การประชุมกลุ่มย่อยจากหน่วยงานความยั่งยืน เพื่อทบทวน การรายงานผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

หมายเหตุ:

  • 1 Global Reporting Initiative (GRI) คือ องค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงาน สากล เพื่อใช้เป็นแม่แบบในการจัดทำรายงานความยั่งยืน
  • 2 Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) คือ ดัชนีหลักทรัพย์ที่ประเมินประสิทธิ ผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างย่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ซึ่งกองทุนต่างๆ จากทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ในการลงทุน
  • 3 Sustainable Development Goals (SDGs) คือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยงยืนภายใต้ กรอบองค์กรสหประชาชาติ (United Nation: UN) ประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลัก ที่ต้องการบรรลุและดำเนินการให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)
  • 4 World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) คือ คณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทชนนำระหว่างประเทศ กว่า 120 บริษัท และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดด้าน สิ่งแวดล้อม “Earth Summit” เมื่อปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535)
  • 5 Carbon Disclosure Project (CDP) คือ สถาบันระดับโลกที่ได้รับการยอมรับสูงสุด ด้านการประเมินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
  • 6 ISO 26000 คือ มาตรฐานสากลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
  • 7 UN Global Compact (UNGC) คือ ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นแนวทาง ในการกำหนดกลยุทธ์และการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการที่ยอมรับโดยสากล ในขอบเขตเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านทุจริต
  • 8 International Integrated Reporting Council (IIRC) คือ รายงานแบบบูรณาการ เป็นรายงานที่นำเสนอการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจและ การกำกับดูแลกิจการขององค์กร ตลอดจนนำเสนอผลการดำเนินการขององค์กร ที่สร้างคุณค่าต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรทั้งภายในและภายนอก ทั้งใน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ปี 2563 GRI 102-46, 102-47
ขอบเขตของผลกระทบและโอกาส
(Scope of ESG Risks and Opportunities)
Capital Value ความสอดคล้องกับมาตรฐานการจัดทำรายงานความยั่งยืน
(Global Report Initiative: GRI)
กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
การกำกับดูแลกิจการที่ดีการบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
Financial, Human
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Organization Profile (102-11)
  • Governance (102-18, 102-19, 102-20 102-22, 102-24, 102-27, 102-28, 102-29,102-30)
  • Ethics and integrity (102-17)
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ลูกค้า
  • ชุมชนและสังคม
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ความพึงพอใจของลูกค้า
  • การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
  • การรักษาข้อมูลของลูกค้า
Social and Relationship
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
ความมั่นคงด้านเสถียรภาพและความพร้อมของการดำเนินการผลิต
  • ระบบการผลิตที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงในสภาวะวิกฤต
  • การบริหารจัดการบุคลากรด้านการผลิต
  • การลงทุน
  • ระบบสาธารณูปโภคในการผลิต
Financial, Manufactured
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • System Efficiency (EU-1, EU-2, EU-11)
  • Demand Side Management (EU-10)
  • Availability and Reliability (EU-28, EU-29, EU-30)
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • พนักงาน
  • ลูกค้า
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
  • การบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืนและความเสี่ยง
  • การบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า
  • การตรวจประเมินคุ่ค้า
  • การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Social and Relationship
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Health and Safety for Contractor and Subcontractor Employees (EU-17, EU-18)
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ชุมชนและสังคม
วิวัฒนาการธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต
  • การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
  • นวัตกรรมการบริหารจัดการในการกระจาย พลังงาน (Distributed Generation)
  • การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
Financial, Intellectual
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ลูกค้า
  • ชุมชนและสังคม
การจัดการสิ่งแวดล้อม
  • คุณภาพอากาศ
  • การบริหารจัดการน้ำของเสียและวัสดุเหลือทิ้ง
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
Natural
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Water (303-1, 303-2, 303-3, 303-4)
  • Emissions (305-7)
  • Effluents and Waste (306-1, 306-2, 306-3)
  • Environmental Compliance (307-1)
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ชุมชนและสังคม
พลังงานสะอาดในอนาคตและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization)
  • การผลิตพลังงานจากพลังงาน
  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การกำหนดราคาคาร์บอน (Internal Carbon Pricing)
Natural, Manufactured
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Energy (302-1, 302-2, 302-3, 302-4)
  • Emission (305-1, 305-2, 305-3, 305-4, 305-7)
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ลูกค้า
  • ชุมชนและสังคม
สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
  • ความปลอดภัยส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน
  • ความปลอดภัยของกระบวนการดำเนินงาน (Process Safety)
  • ประเมินและป้องกันความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัย
Human
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Occupational Health and Safety (403-1, 403-2, 403-3, 403-4, 403-5, 403-6, 403-7, 403-9, 403-10, EU-25)
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
การพัฒนาศักยภาพพนักงานและดูแลพนักงาน
  • การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
  • การพัฒนาความก้าวหน้าทางอาชีพและการสืบทอดตำแหน่ง
  • ความหลากหลายและความเท่าเทียมกัน
  • การดูแลด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดี
  • สวัสดิการและค่าตอบแทน
Human
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Training and Education (404-1)
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
  • การมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • การเคารพสิทธิของชุมชน
Social and Relationship
  • Management Approach (103-1, 103-2, 103-3)
  • Local Communities (413-1)
  • พนักงาน
  • ชุมชนและสังคม
การสื่อสารและความเชื่อมั่น
เป้าหมาย แนวทางการบริหารจัดการ และผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มที่ GPSC ถือครองหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 และที่มีอำนาจในการบริหารจัดการ (Operational Control)* -
  • GRI Standards
  • ผู้ถือหุ้น
  • นักลงทุน
  • กลุ่มหุ้นส่วน
  • หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • พนักงาน
  • คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ลูกค้า
  • ชุมชนและสังคม
 

ปรับปรุง ณ เดือนธันวาคม ปี 2563

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน โดย The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance)

คณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (Sustainability Alignment Committee: SAC)

คณะกรรมการการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลภาพรวมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยในปี 2557 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีการเพิ่มบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการจากหน่วยธุรกิจต่างๆ รวมถึงกรรมการจากบริษัทแกนนำธุรกิจ (Flagship) ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีที โกลบอลเคมิคอล), บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (ไทยออยล์), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ไออาร์พีซี) และบริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้กำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส เพื่อร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และติดตามการดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืนที่กำหนด

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Sustainability Management Framework)

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในระดับสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น Vision 2050: World Business Council for Sustainable Development (WBCSD), United Nations Global Compact (UNGC), ISO 26000: 2010, Global Reporting Initiative (GRI), Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็นต้น ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

1. การกำกับดูแลองค์กร

การกำกับดูแลองค์กร คือ ระบบที่องค์กรกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการกำหนด ควบคุม และตัดสินใจเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ อาจประกอบด้วยกลไกการกำกับดูแลบนพื้นฐานของโครงสร้างและกระบวนการที่มีความชัดเจนเป็นทางการ ควบคู่กับกลไกที่เกิดจากการผสานวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกลไกเหล่านี้มักได้รับแรงผลักดันมาจากผู้นำภายในองค์กร การกำกับดูแลองค์กรมีบทบาทสำคัญต่อองค์กรทุกประเภท เนื่องจากเป็นกรอบการพิจารณาและตัดสินใจขององค์กร

สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพที่บุคคลพึงมี บุคคลในที่นี้ครอบคลุมถึงสังคมชุมชน ตลอดจนผู้ค้าในสายโซ่อุปทานของธุรกิจ ปตท. นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึง สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทรัพยากร น้ำ ที่ดิน ป่าไม้และผลิตภัณฑ์จากป่า แหล่งประมง ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่ไร้มลภาวะ เป็นต้น กลุ่ม ปตท. เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสิทธิแต่กำเนิดและสิทธิที่เท่าเทียมกันอันจะเพิกถอนมิได้ของแต่ละบุคคล โดยยึดมั่นต่อหลักการขององค์กรสากลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมถึง United Nations Global Compact (UNGC), United Nations Universal Declaration of Human Rights (UNUDHR) และ United Nations Framework and Guiding Principles on Business and Human Rights (Ruggie Framework)

การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องผสานการจัดการในหลายมิติที่เกี่ยวเนื่องกัน นับเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา การพัฒนา และการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร รวมถึงการสร้างแรงจูงใจเพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานเพื่อให้สามารถนำองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามวิสัยทัศน์ หลักสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงจำเป็นต้องเข้าใจและเคารพสิทธิแรงงาน กล่าวคือ สิทธิตามกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอันพึงมีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในขอบข่ายการทำงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานและการจ้างงาน จึงมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง เช่น สิทธิในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สิทธิในการก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือการเจรจาต่อรองเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบต่อลูกจ้างสิทธิประโยชน์ของพนักงานต่างๆ เช่น การได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ระยะเวลาการทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำ การป้องกันการบังคับใช้แรงงาน การเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ตลอดจนสวัสดิการอื่นๆ เป็นต้น

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานและชุมชน ตลอดจนรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวทางการจัดการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผสมผสานเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังต่อประเด็นอุบัติใหม่ที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้น

การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม หมายถึง การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน มุ่งเน้นให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดทางการค้าหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้มีอำนาจเหนือตลาด ป้องกันการทุจริต คอรัปชั่นในองค์กร และการบิดเบือนกลไกการแข่งขัน อันจะทำให้องค์กรอื่นและผู้บริโภคเสียเปรียบ

ความสนใจของสาธารณชนต่อบทบาทการดำเนินงานเพื่อสังคมขององค์กรนำมาซึ่งความคาดหวังต่อองค์กรในการยกระดับความสามารถเพื่อผลักดันธุรกิจไปสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนอีกทั้งยังคาดหวังในบทบาทหน้าที่ขององค์กรในฐานะการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม

การจัดจ้างภายนอกเพื่อรองรับกิจกรรมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การบริการและกระบวนการทางธุรกิจแทน ปตท. อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและภาพลักษณ์ขององค์กร ทำให้ต้องหาวิธีการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสซึ่งมีรูปแบบแตกต่างไปจากความเสี่ยงขององค์กรที่เกิดจากกิจกรรมและบริการที่ดำเนินการโดยองค์กรเอง กลุ่ม ปตท.จึงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสายโซ่อุปทานตามหลักการของ United Nations Global Compact (UNGC) โดยให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจกับผู้ค้าที่ดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสากล รวมถึงการนำหลักการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้

กลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามมาตรฐานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ ไม่จำกัดเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ควบคุมกฎหมาย/ข้อกำหนด และสาธารณะชนทั่วไปทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

การรายงานด้านความยั่งยืน คือ การเปิดเผยผลการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการรายงาน แสดงความมุ่งมั่นขององค์กร แนวทางการบริหารจัดการ ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยต้องมีความถูกต้อง เชื่อมโยง โปร่งใส และมีความสมดุลสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางการรายงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ Global Reporting Initiatives (GRI)

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร โดยอาจได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น พนักงาน หน่วยงานภาครัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้ค้า สมาคมอุตสาหกรรม ผู้นำทางความคิด และชุมชน เป็นต้น ดังนั้น การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงนับเป็นหลักสำคัญของการบริหารจัดการความยั่งยืนซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินการ และยุติการดำเนินการ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย การระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจและไว้วางใจ การปรับปรุงการออกแบบและบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีการนำประเด็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ดังนั้น คุณค่าของการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีช่องทางการสื่อสารที่มีแบบแผน และรูปแบบของการมีส่วนร่วมนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของประเด็นที่เกี่ยวข้อง จำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเนื้อหาที่จะนำเสนอ