บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมีกระบวนการประเมินและจัดลำดับความสำคัญอ้างอิงตามกรอบการรายงานความยั่งยืนสากล Global Reporting Initiative (GRI) ฉบับ GRI Standards และกรอบการรายงานแบบบูรณาการ (International Integrated Reporting Framework) ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการรวบรวมและประเมินประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืนที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ให้ความสำคัญในบริบทของความยั่งยืนและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก ประกอบกับการนำแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทฯ และปัจจัยความเสี่ยงของบริษัทฯ ในปัจจุบันและอนาคตที่อาจส่งผลกระทบหรือเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจมาประกอบการประเมินความสำคัญของประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขั้นที่ 1 การระบุประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 1 การระบุประเด็นที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการ

ระบุประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากความคาดหวังและความสนใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก กลยุทธ์ของบริษัทฯ ปัจจัยความเสี่ยง โอกาสในการดำเนินธุรกิจ ตัวชี้วัดมาตรฐานของ GRI แนวโน้มของธุรกิจโลกและในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน อีกทั้งรวมถึงการรวบรวมประเด็น ต่างๆ มาจัดเป็นกลุ่มประเด็น (Aspects) อันเป็นการนำไปสู่ การบริหารจัดการของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

แนวทางการปฏิบัติ
  • แนวปฏิบัติการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. และบริษัทฯ
  • เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
  • แนวทางปฏิบัติสากล ได้แก่ GRI1, DJSI2, SDGs 3, WBCSD 4, CDP5, ISO 260006, UNGC7, IIRC8/sup> และอื่นๆ
  • การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร
  • การสำรวจความพึงพอใจของชุมชน
  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า
  • กระบวนการพัฒนาภาพลักษณ์องค์กร
  • การรับข้อร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ
  • การประเมินความเสี่ยงขององค์กร
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มผู้บริหาร ของบริษัทฯ และโกลว์

ขั้นที่ 2 การจัดลำดับประเด็นที่สำคัญ

การดำเนินการ

การจัดลำดับความสำคัญต่อบริษัทฯ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อบริษัทฯ และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย น้ำหนักของคะแนนที่ให้ต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องต่างๆ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง และโอกาสในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีการนำความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียมาพิจารณาในการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มประเด็นจะถูกแบ่งตามความสำคัญ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ โดยรายงานฉบับนี้ครอบคลุมและเน้นประเด็นที่สำคัญในระดับสูงและปานกลางเท่านั้น

แนวทางการปฏิบัติ
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้แทนจากทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้มีส่วนได้เสีย แต่ละกลุ่ม
  • การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียภายนอก

ขั้นที่ 3 การทวนสอบประเด็นสำคัญของรายงาน

การดำเนินการ

การจัดทำผลสรุปประเด็นที่สำคัญต่อบริษัทฯ โดยรวบรวม ผลการประเมินประเด็นที่สำคัญและระบุความสอดคล้องระหว่าง ประเด็นที่สำคัญกับหมวดการรายงานของ GRI (GRI Aspects) เสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญด้าน ความยั่งยืน ขอบเขตของรายงานและตรวจสอบการประเมิน ดังกล่าว เพื่อให้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ รวมถึงการนำเสนอผลสรุปให้กับคณะกรรมการจัดการของบริษัทฯ เป็นผู้ทบทวนและอนุมัติเนื้อหาในประเด็นสำคัญ พร้อมทั้งตรวจทานข้อมูลการจัดทำรายงานนั้นให้มีความโปร่งใสและถูกต้องสอดคล้องตามข้อกำหนดการรายงาน ตามตัวชี้วัดมาตรฐานของ GRI เพื่อนำเสนอในรายงานความยั่งยืนประจำปี

แนวทางการปฏิบัติ
  • การประชุมกลุ่มย่อยแต่ละหน่วยงานเพื่อทบทวน ระดับความสำคัญที่วิเคราะห์จากผู้มีส่วนได้เสียภายนอก
  • สัมภาษณ์ตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียภายนอกทั้ง 8 กลุ่ม
  • กลุ่มผู้บริหารของบริษัทฯ ประชุมและทบทวนประเด็นที่สำคัญ ต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ

ขั้นที่ 4 การทบทวนและพิจารณาประเด็นสำคัญ

การดำเนินการ

การทบทวนและพัฒนาการรายงานอย่างต่อเนื่องโดยทวนสอบ รายงานความยั่งยืนเพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดประเด็นที่สำคัญ ของบริษัทฯ ตอบสนองต่อความคาดหวังและความสนใจของ ผู้มีส่วนได้เสีย และพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย รับฟังและนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาคุณภาพของการจัดทำรายงาน ผ่านช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้อ่าน ในรูปแบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ เช่น การเข้าร่วม การประเมินรางวัลรายงานความยั่งยืน ซึ่งจัดทำโดยสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สถาบันไทยพัฒน์ เป็นต้น เพื่อสะท้อนถึงประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียให้มีความสนใจได้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการปฏิบัติ
  • การทวนสอบรายงานความยั่งยืนโดยหน่วยงานภายนอก
  • การรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่างๆ
  • การประชุมกลุ่มย่อยจากหน่วยงานความยั่งยืน เพื่อทบทวน การรายงานผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

หมายเหตุ:

  • 1 Global Reporting Initiative (GRI) คือ องค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงาน สากล เพื่อใช้เป็นแม่แบบในการจัดทำรายงานความยั่งยืน
  • 2 Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) คือ ดัชนีหลักทรัพย์ที่ประเมินประสิทธิ ผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างย่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ซึ่งกองทุนต่างๆ จากทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ในการลงทุน
  • 3 Sustainable Development Goals (SDGs) คือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยงยืนภายใต้ กรอบองค์กรสหประชาชาติ (United Nation: UN) ประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลัก ที่ต้องการบรรลุและดำเนินการให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)
  • 4 World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) คือ คณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทชนนำระหว่างประเทศ กว่า 120 บริษัท และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดด้าน สิ่งแวดล้อม “Earth Summit” เมื่อปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535)
  • 5 Carbon Disclosure Project (CDP) คือ สถาบันระดับโลกที่ได้รับการยอมรับสูงสุด ด้านการประเมินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
  • 6 ISO 26000 คือ มาตรฐานสากลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
  • 7 UN Global Compact (UNGC) คือ ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นแนวทาง ในการกำหนดกลยุทธ์และการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการที่ยอมรับโดยสากล ในขอบเขตเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านทุจริต
  • 8 International Integrated Reporting Council (IIRC) คือ รายงานแบบบูรณาการ เป็นรายงานที่นำเสนอการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจและ การกำกับดูแลกิจการขององค์กร ตลอดจนนำเสนอผลการดำเนินการขององค์กร ที่สร้างคุณค่าต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรทั้งภายในและภายนอก ทั้งใน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ปี 2562

คณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (Sustainability Alignment Committee: SAC)

คณะกรรมการการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลภาพรวมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยในปี 2557 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีการเพิ่มบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการจากหน่วยธุรกิจต่างๆ รวมถึงกรรมการจากบริษัทแกนนำธุรกิจ (Flagship) ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีที โกลบอลเคมิคอล), บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (ไทยออยล์), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ไออาร์พีซี) และบริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้กำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส เพื่อร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และติดตามการดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืนที่กำหนด

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Sustainability Management Framework)

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในระดับสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น Vision 2050: World Business Council for Sustainable Development (WBCSD), United Nations Global Compact (UNGC), ISO 26000: 2010, Global Reporting Initiative (GRI), Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็นต้น ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

1. การกำกับดูแลองค์กร

การกำกับดูแลองค์กร คือ ระบบที่องค์กรกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการกำหนด ควบคุม และตัดสินใจเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ อาจประกอบด้วยกลไกการกำกับดูแลบนพื้นฐานของโครงสร้างและกระบวนการที่มีความชัดเจนเป็นทางการ ควบคู่กับกลไกที่เกิดจากการผสานวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกลไกเหล่านี้มักได้รับแรงผลักดันมาจากผู้นำภายในองค์กร การกำกับดูแลองค์กรมีบทบาทสำคัญต่อองค์กรทุกประเภท เนื่องจากเป็นกรอบการพิจารณาและตัดสินใจขององค์กร

สิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพที่บุคคลพึงมี บุคคลในที่นี้ครอบคลุมถึงสังคมชุมชน ตลอดจนผู้ค้าในสายโซ่อุปทานของธุรกิจ ปตท. นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึง สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทรัพยากร น้ำ ที่ดิน ป่าไม้และผลิตภัณฑ์จากป่า แหล่งประมง ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่ไร้มลภาวะ เป็นต้น กลุ่ม ปตท. เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสิทธิแต่กำเนิดและสิทธิที่เท่าเทียมกันอันจะเพิกถอนมิได้ของแต่ละบุคคล โดยยึดมั่นต่อหลักการขององค์กรสากลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมถึง United Nations Global Compact (UNGC), United Nations Universal Declaration of Human Rights (UNUDHR) และ United Nations Framework and Guiding Principles on Business and Human Rights (Ruggie Framework)

การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องผสานการจัดการในหลายมิติที่เกี่ยวเนื่องกัน นับเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา การพัฒนา และการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร รวมถึงการสร้างแรงจูงใจเพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานเพื่อให้สามารถนำองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามวิสัยทัศน์ หลักสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงจำเป็นต้องเข้าใจและเคารพสิทธิแรงงาน กล่าวคือ สิทธิตามกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอันพึงมีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในขอบข่ายการทำงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานและการจ้างงาน จึงมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง เช่น สิทธิในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สิทธิในการก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือการเจรจาต่อรองเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบต่อลูกจ้างสิทธิประโยชน์ของพนักงานต่างๆ เช่น การได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ระยะเวลาการทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำ การป้องกันการบังคับใช้แรงงาน การเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ตลอดจนสวัสดิการอื่นๆ เป็นต้น

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานและชุมชน ตลอดจนรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวทางการจัดการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผสมผสานเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังต่อประเด็นอุบัติใหม่ที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้น

การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม หมายถึง การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน มุ่งเน้นให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดทางการค้าหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้มีอำนาจเหนือตลาด ป้องกันการทุจริต คอรัปชั่นในองค์กร และการบิดเบือนกลไกการแข่งขัน อันจะทำให้องค์กรอื่นและผู้บริโภคเสียเปรียบ

ความสนใจของสาธารณชนต่อบทบาทการดำเนินงานเพื่อสังคมขององค์กรนำมาซึ่งความคาดหวังต่อองค์กรในการยกระดับความสามารถเพื่อผลักดันธุรกิจไปสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนอีกทั้งยังคาดหวังในบทบาทหน้าที่ขององค์กรในฐานะการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม

การจัดจ้างภายนอกเพื่อรองรับกิจกรรมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การบริการและกระบวนการทางธุรกิจแทน ปตท. อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและภาพลักษณ์ขององค์กร ทำให้ต้องหาวิธีการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสซึ่งมีรูปแบบแตกต่างไปจากความเสี่ยงขององค์กรที่เกิดจากกิจกรรมและบริการที่ดำเนินการโดยองค์กรเอง กลุ่ม ปตท.จึงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสายโซ่อุปทานตามหลักการของ United Nations Global Compact (UNGC) โดยให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจกับผู้ค้าที่ดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสากล รวมถึงการนำหลักการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้

กลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานตามมาตรฐานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ ไม่จำกัดเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ควบคุมกฎหมาย/ข้อกำหนด และสาธารณะชนทั่วไปทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

การรายงานด้านความยั่งยืน คือ การเปิดเผยผลการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการรายงาน แสดงความมุ่งมั่นขององค์กร แนวทางการบริหารจัดการ ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยต้องมีความถูกต้อง เชื่อมโยง โปร่งใส และมีความสมดุลสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางการรายงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ Global Reporting Initiatives (GRI)

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กร โดยอาจได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น พนักงาน หน่วยงานภาครัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้ค้า สมาคมอุตสาหกรรม ผู้นำทางความคิด และชุมชน เป็นต้น ดังนั้น การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงนับเป็นหลักสำคัญของการบริหารจัดการความยั่งยืนซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินการ และยุติการดำเนินการ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย การระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจและไว้วางใจ การปรับปรุงการออกแบบและบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีการนำประเด็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ดังนั้น คุณค่าของการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีช่องทางการสื่อสารที่มีแบบแผน และรูปแบบของการมีส่วนร่วมนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของประเด็นที่เกี่ยวข้อง จำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเนื้อหาที่จะนำเสนอ