กลยุทธ์การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR Strategy)

บริษัทฯ มีการดำเนินงานภายใต้นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนและนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาสังคมและชุมชนในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจขององค์กร รวมทั้งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีส่วนได้เสียรอบพื้นที่การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการด้านความรับผิดชอบต่อชุมชน

กรอบกลยุทธ์ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม

บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ให้การสนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการกิจการเพื่อสังคมที่บริษัทฯให้การสนับสนุนตรอบคลุมทั้ง 4 ด้านของกรอบกลยุทธ์ด้านกิจการเพื่อสังคม ได้แก่

1. ด้านการศึกษา

บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยการมอบทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา การสนับสนุนกิจกรรม และการพัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ เช่น โครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนอาชีวศึกษา จังหวัดระยอง โครงการพัฒนาผู้นำเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน (Connext ED) โครงการ GPSC Young Social Innovator

2. ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอย่างของผู้คนในชุมชนและสังคม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ มีอาชีพรองรับ เพื่อรายได้และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงมีสุขภาพใจและกายที่สมบูรณ์ โดยจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมพัฒนาศักยภาพของกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และกิจกรรมพัฒนาเยาวชน รวมถึงส่งเสริมการเล่นกีฬา โครงการพัฒนาโรงพยาบาลมาบตาพุด โครงการชมรมผู้สูงอายุ โครงการหมอไฟฟ้า โครงการหมอไฟฟ้าสร้างอาชีพ และโครงการวิสาหกิจชุมชนธนาคารขยะและการแปรรูป

3. ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน

บริษัทฯ สนับสนุนการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์และสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ทั้งการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อสร้างความเข้าใจต่อบริษัทฯ และส่งเสริมความสัมพันธ์กับชุมชน โดยจัดให้มีการพบปะพูดคุย ปรึกษาหารือ และรับฟังความเห็นของชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดบ้านให้ชุมชนเข้ามาเยี่ยมชมเพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานของบริษัทฯ ภายใต้โครงการเคียงบ่าเคียงไหล่

4. ด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงกับพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ การใช้พลังงานสะอาด และการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ อาทิ โครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร จังหวัดระยอง โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการบำรุงสวนป่า 34 ไร่ โรงการพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเนินกระปรอกบน

กลยุทธ์ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ นั้นอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

  • เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับภารกิจองค์กรและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  • เป็นการใช้ความเชี่ยวชาญ ทักษะและสมรรถนะหลักขององค์กร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชน
  • คำนึงถึงความต้องการและความคาดหวังของชุมชนและสังคม

นอกเหนือจากแนวทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรและกลุ่ม ปตท. แล้ว บริษัทฯ ยังยึดถือและปฎิบัติตามแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น Dow Jones Sustainability Indexes (DJSI) และ UN Sustainable Development Goals (SDGs) ด้วย โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการในดำเนินโครงการการลงทุนเพื่อสังคม (Community Investment) และโครงการในเชิงพาณิชย์ (Community Investment and Commercial Initiatives) เช่น วิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise: SE) หรือโครงการที่เป็นการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) ให้มากขึ้น

การที่ธุรกิจจะพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนและสังคมต้องเติบโตไปพร้อมกัน โดยบริษัทฯ มีกรอบกลยุทธ์ด้านการพัฒนาชุมชนและสังคมเป็นแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยผนวกความเชี่ยวชาญและกระบวนการทางธุรกิจของบริษัทฯ เข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาสำคัญของชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาสังคมและชุมชนสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ดังนี้

1. โครงการ Light for a Better Life

SDG 7: Affordable and Clean Energy

โครงการ Light for a Better Life เป็นโครงการดูแลช่วยเหลือสังคมชุมชน ซึ่งเป็นการใช้ความเชี่ยวชาญและทักษะเฉพาะของบริษัทฯ และพนักงานในบริษัทฯ เพื่อดูแลระบบไฟฟ้าให้กับชุมชน สังคม สะท้อนการเป็นบริษัทแกนนำด้านนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. โดยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของพนักงาน (People Expertise) เพื่อดูแลผู้คนในชุมชน สังคม และประเทศ (People of the Planet) โดยมีวัตถุประสงค์และภารกิจในแต่ละด้าน ดังนี้

SAFETY

การปรับปรุง ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดเพลิงไหม้ ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อตให้กับสาธารณสถาน อาทิ โรงเรียน วัด สถานพยาบาลท้องถิ่น รวมถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้หน่วยงานราชการท้องถิ่นกรณีประสบภัยพิบัติ

SAVING

การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน รวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสามารถนำเงินคงเหลือไปพัฒนาหรือทำกิจกรรมอื่นที่มีประโยชน์กับหน่วยงาน

SECURITY

การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้คนในชุมชนและสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดอุปสรรคในการใช้ชีวิต รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า เช่น การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่โรงพยาบาล

SOCIAL ENTERPRISE

การสร้างและส่งเสริมอาชีพ “หมอไฟฟ้า” ให้กับคนในชุมชน โดยการฝึกฝนอบรมคนในชุมชนให้มีทักษะอาชีพสามารถเป็นช่างไฟฟ้าพื้นฐาน ดูแลครัวเรือนชุมชนของตนเองและก่อให้เกิดรายได้เสริมหรืออาจพัฒนาเป็นรายได้หลักให้กับตนเองต่อไป

คุณค่าต่อองค์กร
  • ใช้ศักยภาพ ทักษะและความเชี่ยวชาญของพนักงานในการร่วมดูแลสังคม โดยมีพนักงานเข้าร่วม 120 คน
  • เพิ่มความเชี่ยวชาญด้านการดูแลระบบไฟฟ้าของบริษัทฯ
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการอยู่ร่วมกันระหว่างบริษัทฯ กับชุมชน
คุณค่าต่อชุมชนและสังคม
  • โรงเรียนได้ระบบไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ของอาคารเรียน 4 โรงเรียน
  • โรงเรียนได้รับความรู้เรื่องการดูแลระบบไฟฟ้า
  • สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน
  • ประหยัดค่าไฟฟ้าของโรงเรียน 4 โรงเรียน ได้ปีละ 48,000 บาท

2. โครงการ Zero Waste Village

SDG 12: Responsible Consumption and Production
SDG 13: Climate Action

โครงการ Zero Waste Village มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและรณรงค์ให้คนในชุมชนคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับขยะและสิ่งของเหลือใช้ อีกทั้งช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้กับชุมชน โดยโครงการ Zero Waste Village นี้ เป็นโครงการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่พัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ต่อไป ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและมีความยั่งยืนภายในสังคมและชุมชนด้วยตนเอง ผ่านการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

แผนงาน/กิจกรรม การดำเนินงาน
กิจกรรมธนาคารขยะ ดำเนินกิจกรรมใน 2 พื้นที่ได้แก่ ธนาคารขยะหมู่ 1ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย และธนาคารขยะหมู่ 3 ตำบลน้ำคอก อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ตลอดทั้งปีธนาคารขยะทั้ง 2 พื้นที่ ได้ทำการซื้อ-ขายขยะรีไซเคิลเป็นจำนวน 15.5 ตัน และลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 11.6 ตันคาร์บอน (tCo2e)
กิจกรรมรับบริจาคขยะรีไซเคิลเพื่อสาธารณประโยชน์ รับบริจาคขวดพลาสติกจากชุมชนในพื้นที่ 6 หมู่บ้านของ ตำบลหนองตะพาน จำนวน 9,999 ขวด เพื่อนำไปสู่กระบวนการ รีไซเคิลและแปลงเป็นเส้นใยโพลีแอสเตอร์และถักทอเป็น ผ้าอาบน้ำฝน จำนวน 25 ชุดในกิจกรรม และถวำยให้กับวัดในพื้นที่จำนวน 3 วัด ได้แก่ วัดหนองสะพาน วัดปากป่า และวัดเกาะอรัญญิกาวาส จังหวัดระยอง
กิจกรรมอบรมแกนนำจัดการขยะในโรงเรียน จัดการอบรมเพื่อพัฒนาโครงการเพื่อการจัดการขยะในโรงเรียนตามบริบทและความพร้อมของแต่ละโรงเรียน
กิจกรรมอบรมและสร้างความตระหนักเรื่องปัญหาขยะและ แนวทางการจัดการขยะในครัวเรือน จัดการอบรมแนวทางจัดการขยะครัวเรือนทุกประเภท ทั้งขยะ รีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย และขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ให้แก่คนในชุมชน และหน่วยงานราชการท้องถิ่น
กิจกรรมตลาดสีเขียว ได้จัดการอบรมแนวทางการจัดการขยะและดำเนินการตลาด ในรูปแบบตลาดสีเขียวให้แก่สมาชิกตลาดสดเทศบาลน้ำคอก และจัดทำแนวทางการดำเนินงานและกำหนดรูปแบบตลาดสีเขียวรักษ์โลกร่วมกันกับชุมชน โดยจะเริ่มปรับปรุงทัศนียภาพและรูปแบบตลาด และเริ่มดำเนินการตลาดในรูปแบบตลาดสีเขียวใน ปี 2562
กิจกรรมแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่า สนับสนุนให้ชุมชนบ้านไผ่ ตำบลหนองตะพาน แปรรูปกาบหมากซึ่งเป็นขยะอินทรีย์จำนวนมากในชุมชน เป็นจานและชามจาก กาบหมาก เพื่อลดปริมาณขยะและเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะ ซึ่งปัจจุบันได้ผลิตจานและชามเพื่อจัดจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
คุณค่าต่อองค์กร
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 11.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับชุมชนในพื้นที่
  • การคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขยะมูลฝอยชุมชนที่นำส่งโครงการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอยชุมชนของบริษัทฯ ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณค่าต่อชุมชนและสังคม
  • สร้างความตระหนักด้านการจัดการขยะให้กับชุมชน จำนวน 280 คน และนักเรียนในพื้นที่
  • ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลดปริมาณขยะในชุมชน
  • ส่งเสริมให้ชุมชนประกอบอาชีพเสริมและเกิดรายได้เพิ่มเติม
    ในปี 2562 เป็นเงิน 24,510 บาท

3. โครงการ Young Social Innovator

SDG: 9 Industry, innovation and infrastructure

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำแนวทางของเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายหลักที่มุ่งเน้นไปในด้านการพัฒนาพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในปี 2562 บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการประกวด GPSC Young Social Innovator ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา (ปวช.) หรือเทียบเท่า ได้นำเสนอแนวคิดโครงงานผลิตภัณฑ์ หรือวิธีการ กระบวนการที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในชุมชนของตนเอง โดยผลงานเหล่านี้ มีโอกาสในการนำไปใช้ในพื้นที่จริงที่มีปัญหา หรืออาจนำไปสู่สินค้าหรือบริหารออกสู่ตลาดในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมระหว่างองค์กรกับชุมชน และจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอย่ายั่งยืนของประเทศไทยต่อไป โดยในปี 2562 นี้ได้มีการขยายพื้นที่การรับสมัครนักเรียน นักศึกษาจากภูมิภาคตะวันออกในปี 2561 เป็นจากทั่วประเทศ ซึ่งมี 5 โครงงาน ที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย และพัฒนาผลงานเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับปี 2563 ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสำหรับผู้เข้าประกวดปี 2562 และสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และในเชิงสังคมให้ได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อชุมชน สังคมให้ได้มากที่สุด

คุณค่าต่อองค์กร
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับชุมชนในพื้นที่
  • สร้างบุคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • PR Value 2.96 ล้านบาท
คุณค่าต่อชุมชนและสังคม
  • การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
  • คุณภาพทางการศึกษาดีขึ้น
  • ช่วยพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของประเทศให้ดีขึ้น

ประเภทสนับสนุนด้าน CSR

ประเภทสนับสนุนด้าน CSR Unit FY 2019
เงินบริจาค บาท 9,800,000
จำนวนชั่วโมงจิตอาสาพนักงาน บาท 886,200
บริจาคประเภทสิ่งของ บาท 995,700
ค่าใช้จ่ายในการจัดการ บาท 7,097,394

รูปแบบการลงทุนและการบริจาคเพื่อสังคม ปี 2562

ประเภทการสนับสนุน สัดส่วน (%)
การบริจาคเพื่อการกุศล 24.93
โครงการการลงทุนทางสังคม 69.87
โครงการเชิงพาณิชย์ 5.20
ทั้งหมด (%) 100