แนวทางการบริหารจัดการด้านการผลิตอันเป็นเลิศ
GRI 103-2

จีพีเอสซี กำหนดกลยุทธ์เพื่อส่งมอบพลังงานที่มีเสถียรภาพผ่านระบบการผลิตอันเป็นเลิศ ภายใต้กลยุทธ์ “3S Strategy” เพื่อบูรณาการระบบการบริหารจัดการภายในกลุ่มจีพีเอสซี โดยมียุทธศาสตร์ย่อย “การสร้างพลังร่วมและการบูรณาการ” (Synergy & Integration) ที่มุ่งเน้นยกระดับการบริหารจัดการผลิตและจำหน่ายพลังงานแก่ลูกค้าทุกราย ดังนี้

Synergy & Integration

การผสานคุณค่าทางธุรกิจ (Synergy Capture)

ยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและส่งมอบพลังงานผ่านระบบผลิตและจำหน่ายในจีพีเอสซี ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า

การผลิตอันเป็นเลิศและเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ (Operational Excellence & Asset Optimization)

การบริหารจัดการระบบผลิตและจำหน่ายผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การบริหารสินทรัพย์องค์กร
(Corporate & Business Infrastructure)

การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ระบบโครงข่ายพลังงานมีความเสถียรและยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

การส่งมอบกระแสไฟฟ้าได้ตามความต้องการของลูกค้าและประสิทธิภาพการผลิตถือเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจของจีพีเอสซี ดังนั้น จีพีเอสซีจึงกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในทุกๆ ขั้นตอนของโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการในช่วงการผลิต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ที่นำมาซึ่งการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงสูงสุด

Power Generation for Efficiency and Reliable System

การก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • ทีมงานและที่ปรึกษามีความเชี่ยวชาญ
  • อุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นนำทันสมัย
  • คัดเลือกผู้รับเหมาผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่รัดกุม
บริหารจัดการดำเนินงานโรงไฟฟ้า
  • ดูแลความมั่นคงของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า
  • วางแผนบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสในการหยุดซ่อมแซม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการจัดการนวัตกรรม
ริเริ่มโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
  • กำหนดมาตรการในการคัดเลือกโครงการลงทุน/ ผู้ร่วมลงทุน
  • วิเคราะห์ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป (Sensitivity Analysis)
  • เตรียมมาตรการป้องกันความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า
  • เพิ่มประสิทธิภาพผ่านนวัตกรรมในการดำเนินงาน

ภาพรวมปริมาณการผลิตไฟฟ้าและกำลังการผลิตของกลุ่มจีพีเอสซี ในปี 2563

ประเภทของเชื้อเพลิง ปริมาณการผลิตไฟฟ้า ปี 2563 (ร้อยละของปริมาณไฟฟ้าที่ขายทั้งหมด) กำลังการผลิต ปี 2563 (ร้อยละของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น)
ถ่านหิน 39.26 17.21
ก๊าซธรรมชาติ 58.48 71.49
พลังน้ำ ( >10 MW) 1.61 9.45
พลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์ และขยะ) 0.65 1.85
รวม 100 100
รวม 16.02 TWh 4,752 MW

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวอิงตามสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มจีพีเอสซี ณ เดือนธันวาคม 2563 โดยปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่แสดงดังกล่าวไม่รวมโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าน้ำลิก 1

ระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับการดำเนินงานภายในกลุ่ม ปตท. โดยมีรากฐานมาจากการบริหารจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นฐานของการทำงานและยกระดับการปฏิบัติการของบริษัทฯ สู่มาตรฐานชั้นนำระดับโลก โดยมุ่งเน้นให้เป็นระบบการจัดการที่บูรณาการระบบการบริหารการผลิต มาตรฐาน และองค์ความรู้ต่างๆ โดยมีองค์ประกอบและแนวคิด ดังนี้

องค์ความรู้และต้นทุนทางปัญญา

ที่ได้รับการสะสมมาจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. ไม่ว่าจะเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) และนวัตกรรมต่างๆ ผนวกกับการบริหารจัดการความรู้และแลกเปลี่ยนภายในองค์กร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากล

การสร้างวัฒนธรรมและขีดความสามารถ

จากการดำเนินงาน OEMS อย่างเป็นระบบ สร้างความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้

มาตรฐานระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ 12 ประการ

ด้วยระบบ Continuous Performance Improvement (CPI) ซึ่งเป็นศูนย์รวมเครื่องมือและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในองค์กรอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้

ระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้ง 4 ด้าน ตั้งแต่ Content Deployment Conformance และ Performance เพื่อให้เกิดการดำเนินการในระบบปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

Operational Excellence Management System (OEMS) Manual L1

System for GPSC Integrates and complies with standards

ระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศยังออกแบบมาเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในองค์กรสามารถทำงานและสื่อสารระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ มีแนวปฏิบัติภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น

ระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศเป็นระบบที่ใช้เป็นมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยได้กำหนดมาตรฐานระบบปฏิบัติการออกเป็น 12 ประการ ภายใต้แนวคิด “PEOPLE” โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้

มาตรฐานระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ 12 ประการ

Impact Level Description of Impacts
1.SSHE บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ของกลุ่มในทุกมิติการดำเนินงาน
2. Operations Risk Management บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องระบุและบริหารจัดการความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (As Low As Reasonably Practicable หรือ ALARP)
3. Organization & Capabilities: บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ จัดสรรองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
4. Sustainability Management บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องปฏิบัติงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมชุมชนและสังคม ตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน
5.Reliability & Asset Integrity บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักร และระบบสาธารณูโภค อย่างเป็นระบบภายใต้แผนงานและมาตรฐานที่ได้จัดตั้งไว้ เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย ลดต้นทุนในการดำเนินงานทุกขั้นตอนการดำเนินงาน
6. Operations บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องปฏิบัติงานภายใต้ความปลอดภัยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและสูญเสียต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม
7. Value Chain Management (Downstream) บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค ภายใต้การบริหารจัดการธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ
8. Management of Contractors & Suppliers บริษัทในกลุ่ม ปตท.จะต้องบริหารจัดการคู่ค้าและผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบาย และมาตรฐานของกลุ่มที่ได้จัดตั้งไว้
9. Strategy & Leadership บริษัทในกลุ่ม ปตท.จะต้องปฏิบัติงานภายใต้ความปลอดภัย มั่นคง ยั่งยืน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านกลยุทธ์ภายในกลุ่มเพื่อเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม
10. Performance Management บริษัทในกลุ่ม ปตท.จะต้องรักษาการเป็นผู้นำในการปฏิบัติงาน ผ่านการประเมิน เปรียบเทียบ และจัดลำดับผลการดำเนินงานด้านการปฏิบัติงาน การป้องกันการสูญเสีย และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
11. Capital Project Management บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องบริหารจัดการโครงการผ่านกระบวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งมอบคุณภาพ ความปลอดภัย ตอบสนองต่อความต้องการ ภายใต้ระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนดไว้
12. Management of Change บริษัทในกลุ่ม ปตท. จะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทั้งแบบชั่วคราวและถาวร การบริหารจัดการองค์กร หรือการปฏิบัติงาน อย่างเป็นระบบและควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำที่ยอมรับได้ (As Low As Reasonably Practicable หรือ ALARP)

จีพีเอสซี มีแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ด้วยการจัดการอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาปรับปรุงระบบความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการผลิต การบริหารเสถียรภาพและสมรรถนะของเครื่องจักร (Reliability & Integrity) รวมถึงการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ เสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากรให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง พัฒนากระบวนการดำเนินงานและการสื่อสาร อันนำไปสู่มาตรฐานการปฏิบัติการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินการผลิตให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการดำเนินการตามแผนงานในปัจจุบันแล้ว จีพีเอสซียังวางแผนพัฒนาต่อยอดระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ต่อผู้มีส่วนได้เสีย 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ถือหุ้น 2) กลุ่มนักลงทุน 3) กลุ่มหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4) กลุ่มพนักงาน 5) กลุ่มคู่ค้าและผู้รับเหมา 6) กลุ่มหุ้นส่วนทางธุรกิจ 7) กลุ่มลูกค้า และ 8) กลุ่มชุมชนและสังคม เพื่อรักษาและส่งเสริมวิสัยทัศน์พร้อมทั้งบรรลุเป้าหมาย “การเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล” โดยมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ดังนี้

จีพีเอสซี ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำในการดำเนินงานที่เป็นเลิศในกลุ่มบริษัทผลิตไฟฟ้า โดยมีพันธกิจเพื่อให้บรรลุผล ด้วยการดำเนินการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำองค์ความรู้ต่อยอดสู่การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อบรรลุผลการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรที่คุ้มค่า ด้วยความปลอดภัย เชื่อถือได้ตามปณิธานความยั่งยืนในการดำนินการธุรกิจ

พีเอสซี ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานทั้งสภาวะปกติและกรณีวิกฤติ ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลในการปฏิบัติงานด้านกระบวนการผลิตโดยจะแสดงข้อมูลให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถประเมินและวิเคราะห์การดำเนินงานได้ทุกขั้นตอน รวมทั้งสามารถแก้ไขปรับปรุงช่วงเวลาของเหตุการณ์ต่างๆ ในกรณีวิกฤติ ระบบจะแจ้งเตือนโดยทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของบุคลากรและอุปกรณ์ในขณะปฏิบัติงาน รวมถึงควบคุมสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดปกติ และลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบนี้สามารถประยุกต์ใช้ผ่านระบบมาตรฐานและโปรแกรมต่างๆ พร้อมกับมีการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่ปกติและผิดปกติจากการปฏิบัติงาน (Tracking Record) และนำส่งให้ผู้รับผิดชอบรับทราบทุกวัน โดยจะรายงานผลการปฏิบัติงานดังกล่าวผ่านคณะกรรมการจัดการของบริษัทฯ เป็นประจำ

จีพีเอสซี ตรวจติดตามสถานะ วิเคราะห์ และคาดการณ์ประสิทธิภาพของระบบการผลิตและจำหน่ายตลอดช่วงเวลาการให้บริการ (Real Time) แก่ลูกค้าทุกรายผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจติดตาม วางแผน และปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการผลิตได้ล่วงหน้า ซึ่งสามารถเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงในการผลิตและส่งมอบพลังงานรวมถึงลดความเสี่ยงและโอกาสในการสูญเสีย โดยผนวกการใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Central SCADA (Power Distribution), Customer Monitoring System (Steam Distribution), Plant Information (PI) และ Real-Time Optimization เป็นต้น

Monitoring

การติดตามประสิทธิภาพของระบบการผลิตผ่านโปรแกรม Power Plant Information (PI) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ติดตามสถานะและแสดงผลการดำเนินการผลิตทั้งที่ศูนย์ผลิตและลูกค้าทุกรายตลอด 24 ชั่วโมง

Data Validation and Modeling

การตรวจสอบข้อมูลจากการตรวจติดตามเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และคาดการณ์ประสิทธิภาพการผลิตและจำหน่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงแนวทางการปรับปรุงระบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในกรณีต่างๆ

O&M Report Solution

การรายงานผลการตรวจติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลไปยังวิศวกรและพนักงานควบคุมเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Process Optimization

การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานให้เหมาะสมต่อความต้องการใช้พลังงานและสภาพแวดล้อมเพื่อให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสูงสุด

จีพีเอสซี ไม่หยุดนิ่งในการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเป้าหมายการลงทุน อาทิ ไต้หวัน เวียดนาม และเมียนมาร์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรในการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. และเป็นแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า จีพีเอสซีตั้งเป้าหมายในการลงทุนรวมถึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตพลังงาน ในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานจากพลังงานหมุนเวียนให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและรองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

จีพีเอสซีกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเข้ารับการอบรม ฝึกซ้อม และผ่านการทดสอบการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยบริษัทฯ กำหนดหลักสูตรพื้นฐานที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการอบรม รวมถึงสนับสนุนการศึกษาดูงาน เข้ารับอบรมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และศึกษาแนวปฏิบัติที่เป็นปัจจุบันในระดับสากล รวมถึงร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หลักสูตรการอบรมพนักงานของบริษัทฯ ยังได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญให้สอดคล้องกับมาตรฐานของการปฏิบัติงานในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการอบรม โดยครอบคลุมการอบรมเนื้อหาทางทฤษฎีและการปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของพนักงานในการพิจารณาการเติบโตตามสายอาชีพสำหรับพนักงานสายปฏิบัติการผลิต โดยมีหลักสูตรอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้

Power Plant Operations

การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า ระเบียบการปฏิบัติงานและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ระบบควบคุมมลพิษที่สำคัญ รวมถึงการเดินสำรวจความผิดปกติในโรงไฟฟ้า

Plant Information System

การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการข้อมูลของระบบผลิตและจำหน่าย รวมถึงระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยผลิต การเข้าถึงและการบริหารจัดการข้อมูลโรงไฟฟ้าเพื่อสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการของผู้ปฏิบัติงาน

Power and Steam Network & Optimization

การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านโครงข่ายของศูนย์ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัทฯเพื่อสร้างความรู้และทักษะการบริหารจัดการด้านการผลิต จำหน่าย และการบริหารจัดการความต้องการทางพลังงาน รวมถึงกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง

ปรับปรุง ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน โดย The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance)