นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม กลุ่มจีพีเอสซี

จีพีเอสซี ตระหนักดีว่ากระบวนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำอาจส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อม หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ จีพีเอสซีจึงได้ประกาศนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม กลุ่มจีพีเอสซี ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผลและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มุ่งหน้าสู่ความเป็นเลิศให้เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสีย เกิดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปการอย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบาย คุณภาพ ความมั่นคง ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม กลุ่มจีพีเอสซี

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

จีพีเอสซีมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้กลยุทธ์ “Innovative & Sustainable Power for All” ที่ประยุกต์หลักการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Management Framework) และ 3D Principles of Energy Transition อันได้แก่ Decentralization, Decarbonization และ Digitization เป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อส่งมอบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนผังการจัดการของเสียในองค์กร

Waste Management

Input กิจกรรม ของเสียที่เกิดขึ้น แนวทางการจัดการ แนวทางการตรวจติดตาม
ถ่านหิน
กระบวนการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำ NOx
  • Low NOX burner
  • Selective Catalytic Reduction (SCR)
  • Selective Non-Catalytic Reduction (SNCR)
  • อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring Systems: CEMS)
  • ตรวจวัดแบบ Stack Sampling ทุก 6 เดือน
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศในบริเวณพื้นที่ภายในและภายนอกสถานประกอบการ ตามเกณฑ์กฎหมายกำหนด และตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน
SOX
  • Limestone Injection, Seawater Flue Gas Desulfurization (SW-FGD)
ฝุ่นละอองและสารปรอท
  • Use Bituminous Coal (Low Impurities), Bag Filter, ESP
  • เถ้าลอย
  • เถ้าหนัก
  • Bag Filter, ESP
  • นำเข้าเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตซีเมนต์หรืออิฐมวลเบา
  • ติดตั้งระบบการนำเถ้าหนักมาใช้ใหม่ ซึ่งสามารถลดปริมาณของเถ้าหนักที่เกิดขึ้นได้ถึง 120 ตันต่อปี และลดปริมาณตะกอนทรายสะสมในเตาเผาของหน่วยผลิต CFB1 ได้ถึง 15 ตันต่อเดือน (ที่มา: รายงานความยั่งยืนกลุ่มบริษัทโกลว์ ประจำปี 2561)
  • จัดทำบันทึกสรุปปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและส่งกำจัดโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกเดือน
  • จัดทำรายงานสรุปปริมาณเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตและขยะอันตรายที่ได้แจ้งขออนุญาตนำออกให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประจำทุกปี
ก๊าซธรรมชาติ
กระบวนการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำ NOx
  • Steam Injection System
  • Low NOx Burner System
  • อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring Systems: CEMS)
  • การตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ  (Stack)
  • ตรวจวัดแบบ Stack Sampling ทุก 6 เดือน
TSP
น้ำจากผู้จัดหาภายนอก
  • กระบวนการหล่อเย็น
  • กระบวนการผลิตไอน้ำ
  • ระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ
  • หน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำคอนเดนเสท
  • น้ำทะเลที่ผ่านระบบหล่อเย็นแบบ Once through cooling system
  • น้ำทิ้ง/น้ำเสียจากกระบวนการผลิต
น้ำทะเล
  • ตรวจสอบจุดสูบน้ำทะเลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ในการสูบน้ำทะเลและตะแกรงป้องกันสัตว์น้ำอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตในทะเลที่อาจเล็ดลอดเข้าไปในระบบหล่อเย็น
  • ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอุณภูมิและคลอรีนคงเหลือของน้ำทะเลหลังผ่านการหล่อเย็น เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกินค่ามาตรฐานน้ำเสียจากกระบวนการผลิต
  • นำน้ำทิ้งจากระบบรีดตะกอนมาใช้ซ้ำโดยตรง
  • นำน้ำทิ้ง (RO Reject) กลับมาใช้ซ้ำในระบบการผลิตน้ำอุตสาหกรรม
  • นำน้ำจากลานกองถ่านหินและน้ำเสียจากส่วนอื่น ๆ มาบำบัดและรวบรวมไว้ในบ่อพัก ก่อนที่จะนำกลับมาใช้ฉีดพ่นลานกองถ่านหิน เพื่อกำจัดฝุ่นละอองของถ่านหินต่อไป
  • ส่งบำบัดที่ส่วนกลางของการนิคม
  • บำบัดให้มีค่ามาตรฐานผ่านเกณฑ์และปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ตรวจสอบอุณหภูมิและคลอรีนคงเหลือของน้ำทะเลในระบบหล่อเย็นก่อนที่จะปล่อยกลับลงสู่ทะเล โดยบริษัทฯ ได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดอุณหภูมิและคลอรีนคงเหลือของน้ำทะเลซึ่งจะทำงานอย่างต่อเนื่องและมีการแสดงค่าในห้องควบคุมของโรงไฟฟ้าตลอดเวลา รวมทั้งศึกษาโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพทางทะเลร่วมกับกลุ่มประมงและนักวิชาการในพื้นที่
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและน้ำทะเลเป็นประจำทุกเดือนตามมาตรการที่ระบุในรายงาน EIA และ EHIA
น้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำทะเล
(สำหรับกระบวนการหล่อเย็น และกระบวนการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล กรณีเกิดภาวะวิกฤติน้ำแล้ง)
น้ำมันหล่อลื่น
กระบวนการซ่อมบำรุงเครื่องจักร น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว เช่น น้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์
  • จัดทำบันทึกสรุปปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและส่งกำจัดโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกเดือน
  • จัดทำรายงานสรุปปริมาณเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตและขยะอันตรายที่ได้แจ้งขออนุญาตนำออกให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประจำทุกปี
  • จัดทำบันทึกสรุปปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและส่งกำจัดโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกเดือน
  • จัดทำรายงานสรุปปริมาณเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตและขยะอันตรายที่ได้แจ้งขออนุญาตนำออกให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประจำทุกปี
สารเคมี เช่น สารชะล้าง เรซิน สารไฮโปคลอไรต์ และอื่นๆ
กระบวนการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและบำบัดมลพิษ สารเคมีใช้แล้วและน้ำเสีย ภาชนะปนเปื้อน
  • จัดทำข้อตกลงกับบริษัทผู้จัดจำหน่ายเพื่อนำกลับไปใช้ซ้ำและรีไซเคิล
  • ส่งน้ำเสียบำบัดที่ส่วนกลางของการนิคมฯ
  • บำบัดน้ำเสียให้มีค่ามาตรฐานผ่านเกณฑ์และปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

แนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

GRI 103-2

กลุ่มจีพีเอสซีให้ความสำคัญในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและพัฒนาแผนดำเนินงาน เพื่อลดปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ เช่น ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (Nitrogen Oxides: NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (Sulfur Oxides: SOx) และฝุ่นละอองรวม (Total Suspended Particles: TSP) และมุ่งเน้นในการควบคุม เฝ้าระวังและตรวจติดตามปริมาณมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) อย่างเคร่งครัดผ่านแนวปฏิบัติในจัดการ ดังนี้

  • การนำเทคโนโลยีเตาเผาชนิดที่ปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในระดับต่ำ (Low NOx Burner) เพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนจากห้องเผาไหม้ของทั้งเครื่องกังหันก๊าซ (Gas Turbine)
  • สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินของกลุ่มจีพีเอสซีมีการจัดหาถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพดีที่มีกำมะถันเจือปนต่ำกว่าร้อยละ 1 และใช้เทคโนโลยีการฉีดพ่นหินปูนเพื่อกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ในการเผาไหม้ถ่านหินในหม้อต้มไอน้ำแบบ Circulating Fluidized Bed (CFB) และติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์โดยใช้น้ำทะเล (Seawater Flue Gas Desulfurization System: FGD) กับหม้อไอน้ำแบบ pulverized coal fired boiler
  • ติดตั้งระบบดักจับฝุ่นละออง (TSP) และสิ่งเจือปน เช่น สารปรอท โดยเครื่องดักจับฝุ่นชนิดถึงกรองฝุ่น (Bag Filter)
  • เฝ้าระวังและตรวจสอบปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศโดยติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring Systems: CEMs) บริเวณปล่องระบายอากาศ และแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบ Real-time บนป้ายซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าของโกลว์และในพื้นที่ชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าที่กำหนดไว้ใน EIA และ EHIA
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศในบริเวณพื้นที่ภายในและภายนอกสถานประกอบการตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน
  • สร้างแนวกันชนต้นไม้บริเวณพื้นที่โดยรอบสถานประกอบการ เพื่อปิดกั้นการแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศสู่
    ภายนอก

นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA และ EHIA แล้ว กลุ่มจีพีเอสซียังได้นำมาตรฐานสากลมาใช้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

GRI 306-1, 306-2

กลุ่มจีพีเอสซีมุ่งมั่นในการลดปริมาณของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นการแสดงถึงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดของเสีย ด้วยเหตุนี้ กลุ่มจีพีเอสซีจึงยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse and Recycle) ตั้งแต่ต้นทางโดยการลดของเสียจากแหล่งกำเนิดของของเสียต่าง ๆ ให้เหลือน้อยที่สุด และเมื่อเกิดของเสียขึ้น กลุ่มจีพีเอสซีสามารถบริหารจัดการนำของเสียกลับไปใช้ซ้ำหรือใช้ประโยชน์ใหม่ให้ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ลดปริมาณการฝังกลบของเสียอย่างต่อเนื่องและสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณของเสียที่นำไปฝังกลบเหลือศูนย์ได้ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันของเสียที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ซ่อมบำรุง และกิจกรรมอื่น ๆ มีกระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่สิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ กลุ่มจีพีเอสซีได้ควบคุม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการจัดการของเสียของโรงงานไฟฟ้าทุกแห่งอย่างสม่ำเสมอตามขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวม จัดเก็บ และขนส่งกากของเสียที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัทฯ ตามระเบียบปฏิบัติด้านการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม เพื่อนำไปบำบัดและกำจัดตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้สร้างความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้รับเหมา คู่ค้า และลูกค้า โดยได้กำหนด “กระบวนการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม” และนำไปปฏิบัติกับโรงไฟฟ้าทุกแห่งของกลุ่มบริษัทฯ โดยเราได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีการขนส่งกากของเสียทุกประเภทและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกจากพื้นที่ของบริษัท และมีกระบวนการในการประเมินและอนุมัติการกำจัดกากของเสีย ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษให้กับบริษัทฯ ผู้รับกำจัดกากของเสียก่อนออกจากโรงงานทุกครั้ง

รวมทั้งปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้พระราชบัญญัติโรงงานและพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายในการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูล วัสดุไม่ใช้แล้ว รวมถึงของเสียอันตรายของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต อีกทั้งยังตรวจติดตามของเสียที่ส่งกำจัด โดยผู้รับกำจัดภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมผ่านเอกสารการกำกับการขนส่งของเสียอันตราย รวมถึงจัดทำรายงานสรุปตามแบบ สก.3 เพื่อรายงานสรุปปริมาณของเสียที่บริษัทฯส่ งกำจัดทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าของเสียได้รับการจัดการตามที่บริษัทฯ กำหนดและสอดคล้องกับกฎหมายอย่างเคร่งครัด

GRI 303-1, 303-2
การบริหารจัดการน้ำภายนอกกลุ่มจีพีเอสซี

บริหารจัดการน้ำภายนอกโดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะทำงานบริหารจัดการน้ำกลุ่ม ปตท. การประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำกลุ่ม ปตท. มีเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งการประชุมครอบคลุมถึงการรายงานสถานการณ์น้ำที่ได้จากการสำรวจและวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองสถานการณ์น้ำ เพื่อกำหนดแผนการบริหารจัดการน้ำ แนวทางการติดตาม เป้าหมาย การลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการใช้น้ำสำหรับทุกพื้นที่การดำเนินงาน จากนั้นจึงสื่อสารต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้รับทราบอย่างทั่วถึงและดำเนินการตามแผนงานที่ได้ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารจัดการน้ำกลุ่ม ปตท. ยังได้มีส่วนร่วมกันกับคณะทำงานการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกของจังหวัดระยอง ที่ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) (East Water) และผู้แทนจากภาคเอกชน ในการดำเนินงานเพื่อติดตาม ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบได้อย่างทันท่วงที

จีพีเอสซียังใช้เครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas ของหน่วยงาน World Resources Institute หรือ WRI เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ (Water Stress Area) และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำภายนอกทุกพื้นที่การดำเนินการ

การบริหารจัดการน้ำภายในกลุ่มจีพีเอสซี

กลุ่มจีพีเอสซีแสดงเจตนารมย์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำภายในบริษัทฯ เพื่อให้เกิดใช้น้ำร่วมกันกับชุมชนอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยได้ปฏิบัติตามแนวทางหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ในการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำภายในอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางที่กลุ่มจีพีเอสซี ได้ปฏิบัติตามหลัก 3Rs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภายใน ได้แก่ การลดปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้า การนำน้ำทิ้งจากระบบทำความเย็นมาใช้ในการหล่อเย็นน้ำทิ้งจากหม้อน้ำ และการนำน้ำคอนเดนเสทกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำ

นอกจากนี้ จีพีเอสซียังดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพที่ออกจากการปฏิบัติงานของบริษัทฯ มีความปลอดภัยต่อชุมชนและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

จีพีเอสซีไม่ได้รับน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะโดยตรงจึงไม่มีแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม จีพีเอสซีมีการตรวจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำรอบพื้นที่การดำเนินงานอย่างใกล้ชิดทุกพื้นที่การดำเนินงาน นอกจากนี้ จีพีเอสซีมีการดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนการระบายออกสู่ระบบบบัดน้ำเสียส่วนกลางของการนิคมฯ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพน้ำทิ้งที่ออกจากกระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายและตามที่หน่วยงานท้องถิ่นกำหนด ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าคุณภาพน้ำทิ้งมีค่าตรวจวัดดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ทุกโครงการ

จีพีเอสซีบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งยังตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน จีพีเอสซี กำหนดทิศทางในการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทุกหน่วยงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าและทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ช่วงการวางแผน การออกแบบ และดำเนินการ ตลอดจนสิ้นสุดโครงการ โดยจีพีเอสซี มีแนวทางในการดำเนินการดังต่อไปนี้

1.
2.
3.
4.
5.
6.

1. 1. การตรวจสอบผลการดำเนินงานโดยหน่วยงานให้การรับรองมาตรฐานสากล

2. ความเป็นเลิศในการประสิทธิภาพเชิงนิเวศที่ได้รับการรับรองโดยโครงการโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory)

จีพีเอสซีตระหนักถึงการประกอบกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จากความมุ่งมั่นที่เป็นรูปธรรมนี้ ส่งผลให้สถานประกอบการหลักทั้งหมดของจีพีเอสซีได้รับการรับรองโครงการโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) จากสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA)

สถานประกอบการและโครงการในการดำเนินธุรกิจของจีพีเอสซีมีรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มดำเนินโครงการตามกฎหมายกำหนด ซึ่งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นการใช้หลักการทางวิชาการในการคาดการณ์ผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ จากโครงการที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นใจว่าผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการนั้น ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ อีกทั้งกลุ่มจีพีเอสซี มีการดำเนินมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ระบุเพิ่มเติมในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปพร้อมกันให้เกิดการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเนื้อหาในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมครอบคลุมถึงการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพอากาศ ระดับเสียง คุณภาพน้ำ และอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน เป็นต้น

รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของกลุ่มจีพีเอสซี สามารถสืบค้นได้ที่

4. การสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

จีพีเอสซีดำเนินการสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับคู่มือในการสื่อสารด้านคุณภาพ ความมั่นคง ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของกลุ่มจีพีเอสซี

5. การสร้างวัฒนธรรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

การติดตามและสอบสวน การกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ผิดปกติของจีพีเอสซี มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบโดยมีแนวทางการจัดการตั้งแต่การรับเรื่องสถานการณ์หรือเหตุการณ์ การระบุหาสาเหตุหรือข้อบกพร่อง การจัดทำแผนในการแก้ไข และการติดตามอย่างต่อเนื่อง

6. การสร้างวัฒนธรรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

จีพีเอสซีมีการดำเนินการด้านการสร้างวัฒนธรรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความตระหนักและมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวทางที่จีพีเอสซีกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งปันข้อมูลหรือการถอดบทเรียนด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นประจำในที่ประชุมระดับหัวหน้างานของแต่ละโรงงาน และสื่อสารประเด็นด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรให้แก่ผ่านระบบ Intranet และป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ ภายในสถานประกอบการ

ปรับปรุง ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน โดย The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance)