ประวัติความเป็นมา การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่สำคัญ

หลังควบรวมกิจการ GPSC ได้ดำเนินการเข้าซื้อ หุ้นธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากบริษัทต่างๆ ภายในกลุ่ม ปตท. จำนวน 8 บริษัทตามแผนธุรกิจ ที่ได้วางไว้

สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญของ GPSC

2556

10 มกราคม 2556

ก่อตั้ง GPSC จากการควบรวมกิจการระหว่าง PTTUT และ IPT โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจำนวน 8,630 ล้านบาท

17 ธันวาคม 2556

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น IRPC-CP จาก IRPC ในสัดส่วนร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมด โดย IRPC-CP อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น (Cogeneration Power Plant) ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง

 

24 ธันวาคม 2556

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น CHPP, BIC และ TSR จาก ปตท. ในสัดส่วนร้อยละ 100 ร้อยละ 25 และร้อยละ 40 ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ โดย CHPP เป็นบริษัทดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานร่วมกับความเย็น (Combined Heat and Power with District Cooling Power Plant) เพื่อผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นสำหรับศูนย์ราชการฯ BIC เป็นบริษัทดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น (Cogeneration Power Plant) ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ TSR เป็นบริษัทลงทุนที่ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งดำเนินการโดย SSE1 ตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี

25 ธันวาคม 2556

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น NSC จาก PTTER ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของหุ้นทั้งหมด โดย NSC เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยที่เข้าลงทุนร้อยละ 25 ใน XPCL ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นที่ สปป.ลาว เพื่อดำเนินกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี

2557

7 กุมภาพันธ์ 2557

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น NNEG จาก ปตท.ในสัดส่วนร้อยละ 30 ของหุ้นทั้งหมด โดย NNEG เป็นบริษัทดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น (Cogeneration Power Plant) ซึ่งใช้ก๊าชธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี

25 มิถุนายน 2557

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น RPCL จาก ปตท. ในสัดส่วนร้อยละ 15 ของหุ้นทั้งหมด โดย RPCL เป็นบริษัทดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Cycle Power Plant) ที่ใช้ก๊าชธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี

 

25 กรกฎาคม 2557

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ 24M ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 17 ของหุ้นทั้งหมด โดย 24M เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อการวิจัยและพัฒนาการผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ประเภทลิเทียม-ไอออน (Lithium-Ion) ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่โดยจะลดระยะเวลาและต้นทุนในการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อนำมาพัฒนาประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บไฟฟ้าสำรองสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการเสริมสร้างความมั่นคงในระบบจ่ายไฟฟ้าและระบบเชื่อมโยง ซึ่งถือเป็นธุรกิจต่อเนื่องด้านพลังงานของบริษัทฯ

27 พฤศจิกายน 2557

GPSC จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC

 

5 ธันวาคม 2557

GPSC ได้เข้าซื้อหุ้น NL1PC จากบริษัท พีทีที อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด (“PTTIH”) ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของหุ้นทั้งหมด โดย NL1PC เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นใน สปป. ลาว และดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

2558

กุมภาพันธ์ 2558

GPSC ได้อนุมัติลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ichinoseki Solar Power 1ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 20.8 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบริษัทสาธารณูปโภคประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันโครงการได้ดำเนินการแผ้วถางพื้นที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมถึงกำลังดำเนินการเจรจาสัญญาเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง และสัญญากับผู้รับเหมาหลัก

30 มีนาคม 2558

GPSC ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด เพื่อทำการศึกษา และพัฒนาโครงการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รวมไปถึงพื้นที่เช่น นิคมอุสาหกรรมแหลงฉบัง ไทยออยคอมเพล็กซ์ และที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก มาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูสภาพน้ำใช้อุตสาหกรรมให้กลับมาใช้อีกเพื่อลดปริมาณน้ำทิ้ง และเพื่อพัฒนาศักยภาพอื่น ที่จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในการดำเนินธุรกิจภายภาคหน้า

 

18 พฤษภาคม 2558

นำ GPSC จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เป็นวัน First Day Trade ซึงจำนวนหุ้นที่เสนอขาย จำนวนหุ้นที่จัดสรรจริงเท่ากับ 374,575,200 หุ้น (แบ่งเป็นการเสนอขายต่อประชาชน จำนวน 365,856,600 หุ้น และการเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 8,718,600 หุ้น )

27 พฤษภาคม 2558

GPSC พร้อมด้วยผู้ร่วมพัฒนาโครงการ บริษัท Marubeni Corporation และ EDEN Group ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการมอบสิทธิแต่เพียงผู้เดียวและการสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (Gas-fired Combined Cycle Power Plant) ที่เมืองตันลิน โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 400 MW เพื่อสนับสนุนเมียนมาในการเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าบริเวณเมืองย่างกุ้ง

 

24 มิถุนายน 2558

GPSC และบริษัทในกลุ่ม ประกอบด้วย ปตท. , บริษัท พีทีที เอ็นเนอร์ยี่ รีซอร์สเซส จำกัด (PTTER) ได้ทำการลงนาม บันทึกความเข้าใจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการด้านพลังงาน ระหว่าง กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (RATCH) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ เสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต และสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศร่วมกัน

สิงหาคม 2558

คณะกรรมการ GPSC มีมติอนุมัติการลงทุนศูนย์ผลิตสาธารณูปการกลาง แห่งที่ 4 (CUP-4) รูปแบบ SPP (Cogeneration Facilities) กำลังการผลิตไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 70 ตันต่อชั่วโมง เพื่อขยายกำลังการผลิต และรองรับการเจริญเติบของกลุ่ม ปตท. ในเขตนิเวศอุตสาหกรรมวนารมย์ (WEcoZi) นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย และลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนความมั่นคงของระบบ โครงการ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาการรับซื้อไฟฟ้ากับลูกค้าอุตสาหกรรมและ กฟผ. ในรูปแบบ Non-Firm SPP และได้บรรจุอยู่ในแผนรับซื้อไฟฟ้าของ กฟผ.

 

18 พฤศจิกายน 2558

IRPC-CP (บริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด) Phase ที่ 1 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดยเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซ (Gas Turbine Generator : GTG) ขนาดกำลังการผลิตออกแบบ 45 เมกะวัตต์ เครื่องผลิตไอน้ำแรงดันสูงจากความร้อนเหลือทิ้ง (Heat Recovery Steam Generator : HRSG) ขนาดกำลังการผลิตออกแบบ 70 ตันต่อชั่วโมง

2559

มกราคม

บริษัทฯ ได้จัดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคกับ บริษัท เวนคอเรกซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมเหมราช โดยมีอายุสัญญา 15 ปี มีปริมาณตามสัญญาไฟฟ้า 2.7 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 3 ตันต่อชั่วโมง ไอน้ำสำรอง 3 ตันต่อชั่วโมง และน้ำอุตสาหกรรม 1 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

พฤษภาคม

บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นบุริมสิทธิกลุ่ม C ของ 24M Technologies, Inc. (24M) โดย 24M จะนำทุนที่ได้ในครั้งนี้ไปใช้เป็นทุนวิจัยและ ดำเนินการให้ 24M สามารถดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ สายการผลิตแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ตาม แผนดำเนินการ โดยมีเป้าหมายแรกของผลิตภัณฑ์เป็นแบตเตอรี่ เพื่อการประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บไฟฟ้ำรองสำหรับ ภาคอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างความมั่นคงในระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบเชื่อมโยง

เมษายน

เมษายน บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด ซึ่งบริษัทฯ เข้าถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้เป็นผู้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินให้กับสหกรณ์ภาค การเกษตร จำนวน 1 โครงการ บนพื้นที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด จังหวัดจันทบุรี และเป็นโครงการที่ผ่านการคัดเลือกจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 5 เมกะวัตต์ โดยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้า ในรูปแบบ FiT เท่ากับ 5.66 บาทต่อหน่วย

มิถุนายน

มิถุนายน บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน ร้อยละ 30 เริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ประเภท SPP Firm กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในวันที่ 3 มิถุนายน 2559 อายุสัญญา 25 ปี มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 125 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 30 ตันต่อชั่วโมง ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

 

กรกฎาคม

  • บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับบริษัท ปตท. กัมพูชา จำกัด (PTTCL) ที่ประกอบกิจการ สถานีบริการน้ำมันในประเทศกัมพูชา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาสถานีบริการน้ำมัน (Solar Rooftop) เพื่อลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานให้กับ PTTCL การดำเนินโครงการร่วมกันครั้งนี้ ถือเป็นการนำพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.
  • บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มดัชนี SET50 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2559 จากการปรับอันดับหลักทรัพย์ ในกลุ่มดัชนี SET100 ซึ่งมีผลระหว่าง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2559 โดยการเข้าคำนวณในดัชนี SET 50 จะส่งผลให้หุ้น GPSC มีสภาพคล่อง สร้างความเชื่อมั่น และความน่าสนใจในการ ลงทุน รวมทั้งดึงดูดให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุน สถาบันเพิ่มน้ำหนักในหุ้นของบริษัทฯ มากขึ้น

สิงหาคม

บริษัท อิชิโนเซกิ โซล่า พาวเวอร์ 1 จีเค เบิกเงินกู้งวดแรกจาก ธนาคารผู้ให้กู้ในประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการได้ดำเนินการปรับปรุง พื้นที่บางส่วนแล้วเสร็จ พร้อมส่งมอบงานให้ผู้รับเหมาหลัก (Engineering Procurement Construction Contractor : EPC Contractor)

 

พฤศจิกายน

บริษัทฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และ 24M Technologies, Inc. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยทั้ง 3 ฝ่ายจะร่วมกันวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อ จะสามารถพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ การพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปการของบริษัทฯ

ธันวาคม

  • บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ GPSC International Holdings Limited ซึ่งจดทะเบียนที่เขตบริหารพิเศษ ฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีทุนจดทะเบียนจำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐฯ และมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับแผนการ ขยายการลงทุนต่างประเทศของบริษัทฯ ในอนาคต
  • บริษัทฯ ร่วมลงนามสัญญาให้เอกชนดำเนินการโครงการบริหาร จัดการขยะครบวงจรจังหวัดระยอง (แปลงเป็นเชื้อเพลิง RDF) กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ จัดการขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน (Waste To Energy) เป็นการพัฒนา พลังงานสะอาด และแก้ปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นในจังหวัด
  • โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน บนพื้นที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด โดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า และพลังงานร่วม จำกัด เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค (กฟภ.) ในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้
2560

พฤษภาคม

บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นบุริมสิทธิกลุ่ม C ของ 24M Technologies, Inc. (24M) โดย 24M จะนำทุนที่ได้ในครั้งนี้ไปใช้เป็นทุนวิจัย และดำเนินการให้ 24M สามารถดำ เนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสายการผลิตแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ตามแผนดำเนินการ โดยมีเป้าหมายแรกของผลิตภัณฑ์เป็นแบตเตอรี่เพื่อการประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บไฟฟ้าสำรองสำหรับ ภาคอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างความมั่นคงในระบบจ่ายไฟฟ้าและระบบเชื่อมโยง

มิถุนายน

บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้า BIC โครงการที่ 2 มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 117 เมกะวัตต์และกำลังการผลิตไอน้ำ 20 ตันต่อชั่วโมง ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรม วันที่ 29 มิถุนายน 2560 มีอายุสัญญา 25 ปี

 

สิงหาคม

บริษัทฯ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การเป็นพันธมิตรธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ในธุรกิจ Power Digital Solution กับบริษัท Marubeni โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาความร่วมมือในการเริ่มต้น และขยายธุรกิจ Power Digital Solution ในภูมิภาคนี้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560

กันยายน

  • บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ผู้ดำเนินการดูแลและบริหารสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในการดำเนินการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใน ภายในอาคารและสิ่งปลูกสร้างของบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของ PTTRM
  • บริษัทฯ เข้าลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นกับบริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (PTTSE) โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10 เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท.
  • บริษัทฯ ร่วมลงนามกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย เสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยหุ้นกู้นี้มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ A+ จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับ ระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ PTT Cambodia (PTTCL) ในเรื่อง Natural Gas Market and Total Energy Solution Project

ตุลาคม

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 บริษัทฯ ลงนามต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ไอน้ำ กับ บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ABCT) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ภายใต้ Birla Group ประเทศอินเดียเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 27 เมกะวัตต์ (MW) และไอน้ำ 7 ตัน/ชม. เป็นระยะเวลา 10 ปี ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยจะเริ่มจ่ายไฟฟ้า และไอน้ำตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2560 และสิ้นสุดในวันที่ 24 ธันวาคม 2570

พฤศจิกายน

บริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบโคเจนเนอเรชั่น ประเภท SPP Firm มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 240 เมกะวัตต์และกำลังการผลิตไอน้ำ 180-300 ตันต่อชั่วโมง ได้เริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะที่ 2 เพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 อายุสัญญา 25 ปี ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า 180 เมกะวัตต์

 

ธันวาคม

  • เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ บริษัท นวนคร จำกัด (NNCL) ในการดำเนินการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการพัฒนาระบบเชื่อมต่อไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart GRID) ภายในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร
  • บริษัท อิจิโนเซกิ โซล่า พาวเวอร์ 1 จีเค ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99 ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตไฟฟ้า 20.8 เมกะวัตต์ ได้เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เพื่อจำหน่ายให้แก่ Tohoku Electric Power Company ในวันที่ 15 ธันวาคม 2560 มีอายุสัญญา 20 ปี
2561

มกราคม

บริษัทฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษาขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เพื่อขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยบริษัทฯ ได้รับเลือกเป็นโรงงานนำร่องให้เข้าร่วมโครงการขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม ระยะที่ 7 ปี 2561

กุมภาพันธ์

บริษัทฯ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในโครงการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC

 

เมษายน

บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนา Smart City ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับ ระบบกักเก็บพลังงาน ในโครงการสาธิตการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับเมืองอัจฉริยะ โดยเบื้องต้นได้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานขนาด 17 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เพื่อเป็นตัวอย่างและต้นแบบสำหรับการศึกษาดูงาน และตอบสนองนโยบาย Energy 4.0 ของรัฐบาล ในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

พฤษภาคม

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการลงทุนโครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ (ประมาณ 60 เมกะวัตต์ และ 10 ตันต่อชั่วโมง) สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม (โครงการขยายกำลัง การผลิตฯ) ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด ซึ่งบริษัทฯ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 3,105 ล้านบาท ซึ่งโครงการขยายกำลังการผลิตฯ จะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ปี 2561และมีแผนเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ประมาณไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ทั้งนี้ ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด จะมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิรวมประมาณ 185 เมกะวัตต์ และการผลิตไอน้ำรวมประมาณ 40 ตันต่อชั่วโมง

 

มิถุนายน

บริษัทฯ ได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้เห็นชอบการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนเข้าซื้อ จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ การได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยได้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2561 ในวันที่ 24 สิงหาคม 2561

กรกฎาคม

บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด ซึ่งบริษัทฯ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้ลงนามสัญญารับจ้างงานออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาขนาด 2 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) ขนาด 625 กิโลวัตต์-ชั่วโมงกับ บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัดหรือ GCL

 

สิงหาคม

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2561 มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ทั้งทางตรง และทางอ้อม และอนุมัติการออกหุ้นกู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในวงเงินรวมไม่เกิน 68,500 ล้านบาท หรือในสกุลเงินอื่นในอัตราเทียบเท่า

พฤศจิกายน

บริษัทฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาการจ่ายไฟด้วยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานแบบผสมผสานในพื้นที่เกาะ และพื้นที่ห่างไกล ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA โดยการดำเนินโครงการ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างต้นแบบของการนำระบบกักเก็บพลังงาน และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Storage System and Energy Management System) มาใช้แก้ปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอและเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการพลังงานให้กับพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะสามารถนำต้นแบบเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานภายใต้ความร่วมมือใน MOU นี้ ไปประยุกต์ใช้งานและขยายผลในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ต่อไปในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ธันวาคม

  • บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น เพื่อเข้าซื้อหุ้นโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมผ่านบริษัทย่อยของบริษัทฯ สำหรับเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทที่เข้าลงทุน ประกอบด้วย (1) บริษัท เอ็น.พี.เอส. สตาร์กรุ๊ป จำกัด (“เอ็น.พี.เอส.”) (2) บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์เชนจ์ เอเชีย จำกัด (“เวิลด์ เอ็กซ์เชนจ์ เอเชีย”) (3) บริษัท พี.พี. โซล่า จำกัด (“พี.พี. โซล่า”) ซึ่งประกอบกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 39.5 เมกะวัตต์ และเข้าลงทุนใน (4) บริษัท เทอร์ร่าฟอร์ม โกลบอล โอเปอเรติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นกิจการให้บริการด้านการปฏิบัติการดูแลบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเมื่อธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านี้เสร็จสิ้นลงแล้ว จะส่งผลให้บริษัทเหล่านี้มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
  • บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยเพื่อรองรับแผนการขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัทฯ
  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้บริษัทฯ รวมกิจการกับบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด มหาชน (โกลว์) โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนให้ โกลว์ ต้องขายกิจการของบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด ให้แล้วเสร็จ เพื่อแก้ไขปัญหาลดการแข่งขันในพื้นที่บริเวณมาบตาพุด รวมถึงเงื่อนไขบังคับหลังการควบรวม 11 ข้อแนบท้ายมติเห็นชอบ ซึ่งบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการร่วมกันในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากการเพิ่มเติมเงื่อนไขบังคับก่อนซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาในการทำคำเสนอซื้อหุ้นโกลว์ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2562