พนักงานของบริษัท

พนักงานเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของบริษัทฯ อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เจริญเติบโต เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร โดยการกำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลดังนี้

การพัฒนาศักยภาพพนักงานและดูแลพนักงาน แนวทางการพัฒนาศักยภาพพนักงานและดูแลพนักงาน

GRI 103-2
นโยบายการบริหารงานบุคคล

บริษัทฯ ได้มีการบังคับใช้นโยบายบริหารงานบุคคล เพื่อกำหนดทิศทางในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ โดยนโยบายการบริหารงานบุคคลจะนำมาซึ่งความสำเร็จและความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนร่วมกันระหว่างพนักงานและองค์กร

ดาวน์โหลดนโยบายการบริหารงานบุคคล
นโยบายการบริหารงานบุคคล

การดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในปี 2563 มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อแนวทางการเติบโตของบริษัทฯ ตามกลยุทธ์ 3S (3S Strategy) โดยอาศัยกลไกการบริหารจัดการทั้งในส่วนของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงาน ตลอดจนการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมในการทำงานที่จะช่วยเกื้อหนุนให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยสามารถแบ่งออกเป็นแผนงานใน 4 ด้านที่สำคัญ ดังนี้

การพัฒนาศักยภาพบุคลากร
การพัฒนาความเป็นผู้นำของบุคลากรและผู้บริหาร
มุ่งเน้นการค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร และสร้างความผูกผันในองค์กร
มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคล

การพัฒนาศักยภาพบุคลากร

  • ปรับปรุงกระบวนการ กลไก และเครื่องมือในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการ ตามแผนการเติบโตทางธุรกิจขององค์กรทั้งในและต่างประเทศ และรองรับความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำหรับธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ตลอดจนการพัฒนา Employee Branding เพื่อให้เป็นที่รู้จักและสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพในลำดับต้น ๆ เข้ามาสู่องค์กรได้มากขึ้น
  • สร้างโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดรับกับตำแหน่งงานในแต่ละระดับ ที่สามารถสนับสนุนแผนการเติบโตทางธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และแผนพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ของบริษัทฯ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่

การพัฒนาความเป็นผู้นำของบุคลากรและผู้บริหาร

  • เริ่มนำรูปแบบการบริหารจัดการสายอาชีพ (Career Management Model) ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับ Competency ที่กำหนด ทั้งในส่วนของ Common Competency, Leadership Competency และ Functional Competency เพื่อให้สามารถเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • ทบทวนกระบวนการสรรหาและคัดเลือกผู้บริหารกลุ่มศักยภาพ ตลอดจนกำหนดแนวทางการพัฒนารายบุคคล และจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารกลุ่มศักยภาพสำหรับการทดแทนผู้บริหารที่จะเกษียณอายุและรองรับการแผนขยายธุรกิจในอนาคต

มุ่งเน้นการค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร และสร้างความผูกผันในองค์กร

  • มุ่งเน้นการเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร โดยใช้ค่านิยม “ACT SPIRIT” ในการปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรองค์กรด้วยการใช้ระบบ และกลไกทางด้านทรัพยากรบุคคล ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ในการสร้างให้พนักงานเกิดพฤติกรรมในการทำงานที่องค์กรต้องการ และมุ่งเน้นให้มีการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีร่วมกันระหว่างผู้บริหารและพนักงานเพื่อสร้างความพึงพอใจ และความผูกพันในองค์กรต่อไป

มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคล

  • ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลให้สอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก คือ ระบบการบริหารผลการดำเนินงาน (Performance Management System) กลยุทธ์การวางแผนอัตรากำลัง (Strategic Workforce Planning) และการปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการทำงาน (Organization Restructuring)
  • ปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลให้รองรับทิศทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรในต่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยการสร้างแพลตฟอร์มและระบบการทำงานที่รองรับกับรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ในอนาคต

ศักยภาพของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรโดยเฉพาะภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องของธุรกิจไฟฟ้า ดังนั้น บริษัทฯ จึงตระหนักถึงการพัฒนาให้พนักงานมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามทิศทางของธุรกิจ โดยกำหนดแนวทางในการพัฒนาพนักงานที่ชัดเจนและเหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

แผนการสืบทอดตำแหน่ง

บริษัทฯ ได้มีการกำหนดกลยุทธ์การบริหารการสืบทอดตำแหน่ง จัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Critical Positions) และเตรียมความพร้อมผู้บริหารกลุ่มศักยภาพ เพื่อการพัฒนา และเพื่อรับสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญจากผู้บริหารที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญในปัจจุบันที่จะว่างลงจากการเกษียณอายุหรือเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ที่เกิดขึ้นตามแผนขยายกิจการ โดยมีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งงานที่สำคัญอย่างมีระบบ การดำเนินการภายใต้แผนการสืบทอดตำแหน่งงานที่สำคัญมีรายละเอียดดังนี้

การจัดทำ Success Profiles ของตำแหน่งสำคัญ (Critical Positions)

การจัดกลุ่มผู้บริหารที่มีศักยภาพในการดำรงตำแหน่งบริหารสำคัญ

การประเมินสมรรถนะผู้บริหารกลุ่มศักยภาพดังกล่าวผ่าน Assessment Center ที่ครอบคลุมการประเมิน Competency, Interpersonal, Business/ Management และ Personal Attributes

การนำผลการประเมินที่ได้มาใช้ในกำหนดแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP)

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมผู้นำขององค์กรในระดับต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำ Success Profiles และการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งสำหรับผู้บริหารระดับกลาง รวมทั้งการออกแบบและจัดทำเส้นทางสายอาชีพ (career path) ให้กับพนักงานทุกระดับของบริษัทฯ เพื่อช่วยให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในกำหนดเป้าหมายความก้าวหน้าในอาชีพของตนเอง เพื่อสร้างความสำเร็จและความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนร่วมกันระหว่างพนักงานและองค์กร

แผนการสืบทอดตำแหน่งจัดทำขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทฯ และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายทางธุรกิจที่บริษัทฯ จะต้องเผชิญในอีก 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทฯจึงได้จัดทำ“ โครงการแผนสืบทอดตำแหน่ง” ในปี 2563 และตั้งเป้าหมายการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการมีแผนสืบทอดตำแหน่ง 100% ในปี 2573

บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญอันหนึ่งคือการสร้าง New S-Curve Business ดังนั้น การสร้างและพัฒนาผู้นำที่มีทักษะในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 บริษัทฯ จึงได้ริเริ่ม “โครงการ SPARK ACCELERATOR MANAGEMENT TRAINEE PROGRAM โครงการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคตของกลุ่ม GPSC ซึ่งเป็นแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท.” โครงการนี้ที่จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ที่มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นผู้นำในอนาคตของบริษัทฯ ผ่านกลไกในการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายและท้าทายทั้งในและต่างประเทศ โครงการนี้เปิดกว้างสำหรับพนักงานและบุคลากรภายนอก โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสได้ผ่านการหมุนเวียนหน้างานสำคัญ 3 หน้างานของบริษัทฯ ในระยะเวลา 3 ปี อาทิ กลยุทธ์องค์กรและบริหารบริษัทในเครือ พัฒนาธุรกิจ การพาณิชย์ การบริหารการเงิน และการปฏิบัติการ เป็นต้น

โครงการ SPARK ACCELERATOR MANAGEMENT TRAINEE PROGRAM ยังเป็นโครงการที่บริษัทฯ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้อยู่กับองค์กรและให้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ อันสอดคล้องกับแผนการเติบโตทางธุรกิจขององค์กรอีกด้วย

เพื่อเป็นการเร่งพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานสายงานปฏิบัติการและเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องเสถียรภาพของการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำโครงการบริหารระบบสมรรถนะทางด้านเทคนิคของพนักงานสายงานปฏิบัติการ ที่มีแนวทางการบริหารจัดการอย่างบูรณาการและเป็นระบบภายใต้โครงการบริหารระบบสมรรถนะที่สำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้

Competency Assurance: ได้มีการจัดทำรายละเอียดสมรรถนะทางด้านเทคนิค (Technical Competency Profile) พร้อมทั้งกำหนดขีดความสามารถของบุคลากรตามวิชาชีพและตามตำแหน่งงานของพนักงานในระดับปฏิบัติการ อาทิ พนักงานปฏิบัติการ วิศวกร และช่างเทคนิค

Competency Assessment: กลุ่ม GPSC ได้จัดให้มีการประเมินสรรถนะด้านเทคนิคด้วยระบบที่มีมาตรฐาน โดยพนักงาน หัวหน้างาน และผู้ประเมินขั้นสุดท้ายที่สามารถติดตามรายงาน พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบผลการประเมินในระบบการประเมินสมรรถนะ (Competency Management System หรือ CMS) ได้

มีการนำผลการประเมินที่ได้มาใช้ในกำหนดแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ของพนักงานในระบบการประเมินสรรถนะ

แผนพัฒนารายรายบุคคลจะเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน เช่น การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning) การเรียนรู้ในห้องเรียน (Classroom) การเรียนรู้จากผู้อื่น (Coaching and Mentoring) และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) เพื่อให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

มีแผนการติดตามอย่างชัดเจน โดยจัดให้มีการประเมินสมรรถนะทุก 6 เดือน เพื่อวัดความก้าวหน้าแผนพัฒนารายรายบุคคลและลดช่องว่างจากการประเมินสรรถนะ (Competency gaps) ในครั้งก่อน

บริษัทฯ มีการใช้ซอฟต์แวร์ระบบการจัดเก็บการเรียนรู้ (Learning Management System หรือ LMS) ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการเรียนการสอนของบริษัทฯ โดย LMS ประกอบด้วยการใช้งาน 5 ส่วนหลักดังนี้

ระบบจัดการหลักสูตร (Course Management) ประกอบด้วยการเรียนรู้ในห้องเรียน (Classroom) และการเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning) โดยแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานออกเป็น 3 ระดับคือ ผู้เรียน ผู้สอน และผู้บริหารระบบ ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบจากที่ไหน และเวลาใดก็ได้

ระบบการสร้างบทเรียน (Content Management ) ประกอบด้วยเครื่องมือในการสร้าง Content ซึ่งสามารถใช้งานได้ดีทั้งกับบทเรียนในรูป Text – based, VDO และ Infographics

ระบบการทดสอบและประเมินผล (Test and Evaluation System) ประกอบด้วยคลังข้อสอบและระบบประเมินผลรายหลักสูตร

ระบบส่งเสริมการเรียน (Course Tools) ประกอบด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สื่อสารระหว่างบริษัทฯ ผู้เรียนและผู้สอนผ่านนิวฟีด (News Feed)

ระบบจัดการข้อมูล (Data Management System) การเก็บประวัติข้อมูลและออกรายงานการอบรมของผู้เรียน (Training Report)

นอกจากนี้ ระบบ LMS ของบริษัทฯ ได้จัดให้มีหลักสูตรออนไลน์ (e-Learning) ในหมวดหมู่ต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรทางธุรกิจ เทคโนโลยี การเงิน การขาย การตลาด ภาวะผู้นำ การพัฒนาตนเองกว่า 100 หลักสูตรให้กับพนักงานทุกคนได้เลือกเรียนรู้ตามความสนใจของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของบริษัทฯ ที่ชื่อว่า “iSPARK”

หลักสูตร Great Leader เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ และประสบการณ์ในการบริหารงานบุคลากรและองค์กรที่สำคัญ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นถัดไปให้มีศักยภาพ ทั้งด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์ การบริหารองค์กร และการบริหารการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนทักษะของผู้นำในการบริหารบุคลากรให้มีพลังกาย พลังใจในการใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างสูงสุด ผู้บริหารและพนักงานที่มีศักยภาพสามารถนำเอาความรู้ ความเข้าใจ และแนวปฏิบัติที่ได้รับไปใช้ในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานของตนเอง รวมถึงการร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ในปี 2562 สามารถร่วมมือในการพัฒนาประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานจนสามารถบรรลุแผนงาน Synergy ได้เป็นมูลค่า 596 ล้านบาท และในปี 2563 สามารถบรรลุแผนงาน Synergy ได้เป็นมูลค่า 1,424 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร เพื่อพัฒนาพนักงานด้าน
  1. Strategic Management การสร้างความรู้ความเข้าใจ ความเชื่อมโยงการจัดทำกลยุทธ์และการดำเนินการตามกลยุทธ์
  2. Organization Management การบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและมาตรฐาน
  3. Change Management การบริหารความเปลี่ยนแปลงให้เกิดผลสำเร็จ
ประโยชน์ต่อองค์กร

การมีผู้นำที่มีศักยภาพสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพากลยุทธ์ขององค์กรให้ประสบ ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารและพนักงานที่มีศักยภาพสูงเข้าร่วมอบรมทั้งหมด 103 คน ซึ่งหลักสูตรนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งในด้านการบริหารธุรกิจและการบริหารคน

ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

เสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งในด้านการบริหารธุรกิจและการบริหารคน เพื่อสร้างผู้นำรุ่นถัดไปให้มีศักยภาพ

เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณสมบัติ ความรู้ และความสามารถตลอดจนทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับงานที่ได้รับมอบหมาย และเพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานในสายงานปฏิบัติการ โดยมุ่งเน้นพัฒนาสายอาชีพของพนักงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปถึงระดับเชี่ยวชาญและเพื่อสนับสนุนพนักงานสายงานปฏิบัติการให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ จึงได้ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมทางเทคนิค (Qualification Development Program) เพื่อสร้างมาตรฐานระบบการฝึกอบรมทางเทคนิคของบริษัทฯ ให้สอดคล้องตามระบบความปลอดภัยและมาตรฐานการจัดการที่เป็นเลิศ

โปรแกรมฝึกอบรมทางเทคนิค (Qualification Development Program) นี้จะสอดรับกับแผนพัฒนารายรายบุคคลกับโครงการการบริหารระบบสมรรถนะของพนักงานสายงานปฏิบัติการ (Operations Competency Management) โดยโปรแกรมฝึกอบรมทางเทคนิค หรือ Qualification Development Program ประกอบไปด้วย

The Inner Core Program

คือ หลักสูตรการเรียนรู้ทางเทคนิคและการอบรมตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในช่วง 2 ปีแรกของการทำงาน ประกอบไปด้วยการอบรมหลักสูตรต่อไปนี้

  • Orientation คือ การอบรมปฐมนิเทศน์ตามโปรแกรมการอบรมพนักงานใหม่
  • On-the-Job training (OJT) หมายถึง หลักสูตรการฝึกอบรมที่พนักงานควรได้รับอบรมในช่วงทดลองงาน
  • Basic Qualification หมายถึง หลักสูตรการฝึกอบรมที่พนักงานควรได้รับหลังผ่านการทดลองงาน โดยใช้ระยะเวลาสูงสุด 2 ปี หลักสูตรการเรียนรู้เบื้องต้นตามตำแหน่งงานของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งหลักสูตรทางเทคนิค หลักสูตรตามกฎหมาย และหลักสูตรตามระเบียบการปฏิบัติงาน (Procedure/ Work Instruction)
The Middle Core Program

คือ หลักสูตรการเรียนรู้และทดสอบทางเทคนิค ตามรุ่นของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในพื้นที่ที่พนักงานรับผิดชอบ โดยจะเริ่มหลักสูตรดังกล่าวเมื่อมีประสบการณ์การทำงานในปีที่ 3 เป็นต้นไป

  • Plant Specific หมายถึง หลักสูตรการเดินเครื่องสำหรับพนักงานปฏิบัติการ การทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ของเครื่องจักรรุ่นต่าง ๆ ที่ติดตั้งในแต่ละสถานที่และหลักการทำงานของเครื่องที่ปลอดภัย การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งเป็น 5 หมวด คือ กังหันไอน้ำ (Steam Turbine) 2. กังหันก๊าซ (Gas Turbine) 3. ส่วนสนับสนุนโรงไฟฟ้า (Balance of Plant) 4. หม้อต้มน้ำ (Boiler) และ 5. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)
  • Equipment Specific หมายถึง หลักสูตรการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับพนักงานซ่อมบำรุง ที่ติดตั้งอยู่ในแต่ละสถานที่ การทำความเข้าใจกับลักษณะของอุปกรณ์ การแก้ไขปัญหา และข้อควรระวังในการทำงาน แบ่งเป็น 3 หมวด คือ 1. ไฟฟ้า (Electrical) 2. เครื่องกล (Mechanical) และ 3. เครื่องมือวัดคุม (C&I)
โปรแกรมฝึกอบรมทางเทคนิคนี้ยังมีการวัดผลการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่กำหนด โดยการวัดผลด้านความรู้ความเข้าใจตามเกณฑ์ (Knowledge Requirement) การแสดงให้เห็นถึงวิธีทำงานที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย (Practical Demonstration Requirement) และการสัมภาษณ์ เป็นการทดสอบขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานมีความรู้ความเข้าใจ การตัดสินใจอันถูกต้องเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน (Oral Interview)

การบริหารจัดการความรู้องค์กรก่อให้เกิดการพัฒนาความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้ความรู้ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของบริษัทฯ ในการลดความเสี่ยงและสร้างความเป็นเลิศในการแข่งขัน บริษัทฯ จึงส่งเสริมการแบ่งปันความรู้ระหว่างองค์กรและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการพัฒนาระบบ Knowledge Management Portal ซึ่งดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กรที่มีทิศทางสอดคล้องตามแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารจัดการความรู้ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group KM Committee)

การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถและเหมาะสมเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกันกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงานมีการดำเนินการด้วยความโปร่งใสและไม่เลือกปฏิบัติ การสรรหาและคัดเลือกพนักงานจะพิจารณาจากศักยภาพของผู้สมัครในด้านต่าง ๆ เช่น คุณสมบัติ คุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน ความรู้ด้านการบริหารงานและทัศนคติ

การประเมินผลงานผลปฏิบัติงาน

บริษัทฯ นำระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System: PMS) มาใช้เพื่อวัดและประเมินผลงานปฏิบัติของพนักงาน เพื่อผลักดันให้ผลการปฏิบัติงานขององค์กรบรรลุเป้าหมายและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประเมินพนักงานประกอบด้วย การประเมินพฤติกรรมและการประเมินผลงานผ่านตัวชี้วัดของพนักงาน โดยพนักงานทุกคนต้องกำหนดตัวชี้วัดรายบุคคลที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร ผลการประเมินจะถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อวางแผนในการระบุทิศทางการพัฒนาสายอาชีพที่เหมาะสมแก่พนักงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังนำมาใช้เพื่อประกอบการพิจารณาปรับค่าตอบแทนและเลื่อนตำแหน่งให้สอดคล้องกับผลดำเนินงานในระดับองค์กร

การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิแรงงาน

การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิแรงงานของกลุ่ม GPSC ได้ดำเนินงานตามนโยบายบริหารงานบุคคล และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยกลุ่ม GPSC จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการจาก 3 พื้นที่ที่กลุ่ม GPSC ประกอบกิจการอยู่ ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับพนักงานในการเจรจาต่อรองด้านสวัสดิการ สภาพการทำงาน และเรื่องอื่น ๆที่ เกี่ยวข้องกับพนักงาน โดยพนักงานของกลุ่ม GPSC (ร้อยละ 100) มีสิทธิสมัครเป็นตัวแทน ทั้งนี้ การสรรหาคณะกรรมการจัดทำโดยวิธีเลือกตั้งตัวแทนเพื่อให้สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีคณะกรรมการ 25 คน ซึ่งมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 2 ปี คณะกรรมการสวัสดิการฯ จะมีการหารือถึงประเด็นการปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิแรงงานร่วมกับตัวแทนฝ่ายนายจ้างอย่างเป็นทางการทุก 3 เดือน

การเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้กลุ่ม GPSC ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกลุ่ม GPSC จึงกำหนดให้มีการสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกปีและนำผลสำรวจไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมเพื่อรักษาและส่งเสริมความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • ส่งแบบสำรวจ
  • ประมวลผลการสำรวจ
  • นำเสนอผลต่อผู้บริหาร
  • จัดทำแผนดำเนินงานเพื่อรักษาและส่งเสริมความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
GRI 102-41

กลุ่ม GPSC ดำเนินการประเมินค่าตอบแทนและผลประโยชน์ของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณากำหนดการจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้กับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันได้ ซึ่งค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ให้กับพนักงานประจำประกอบด้วย

เงินเดือน
โบนัส
เงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงานและบุคคลในครอบครัว
ประกันชีวิต
ค่าเช่าบ้านสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานนอกพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ที่กลุ่ม GPSC กำหนดไว้
เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรและพนักงาน
เงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพสำหรับพนักงานและครอบครัว
เงินช่วยเหลือค่าโทรศัพท์
สวัสดิการทางเลือก

ความหลากหลายในกลุ่ม GPSC

กลุ่ม GPSC สนับสนุนการจ้างงานที่ไม่กีดกันบุคคลที่มีความหลากหลาย โดยยอมรับและเห็นถึงคุณค่าของความแตกต่างในแต่ละบุคคลซึ่งได้แก่ เชื้อชาติ เพศ ศาสนา สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม อายุ ภูมิลำเนา การศึกษา และความพร้อมทางกายภาพของร่างกาย ทั้งนี้ กลุ่ม GPSC ตระหนักว่าความหลากหลายในทรัพยากรขององค์กรจะช่วยให้กลุ่ม GPSC สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าและลักษณะธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างสร้างสรรค์อันส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่ม GPSC อย่างยั่งยืน

ปรับปรุง ณ เดือน กุมภาพันธ์ปี 2564

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน โดย The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance)