กลยุทธ์การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ มีการดำเนินงานภายใต้นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนและนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาสังคมและชุมชนในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจขององค์กร รวมทั้งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีส่วนได้เสียรอบพื้นที่การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
GPSC CSR Strategy (2020 - 2024)

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

GRI 103-2, 413-1
กรอบกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่าการที่ธุรกิจจะพัฒนาอย่างยั่งยืนได้นั้น ชุมชนและสังคมจะต้องเติบโตไปพร้อมกัน ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนในทุกพื้นที่การดำเนินงาน (ร้อยละ 100) เพื่อรับฟังข้อกังวัลและความสนใจและนำมาพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานในพื้นที่และอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีกรอบกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่สอดคล้องกับแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น Dow Jones Sustainability Indexes (DJSI) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยผนวกความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของบริษัทฯ เข้าไปในกระบวนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสำคัญของชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

กลยุทธ์ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

  • เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับภารกิจองค์กรและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  • เป็นการใช้ความเชี่ยวชาญ ทักษะและสมรรถนะหลักขององค์กร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชน
  • คำนึงถึงความต้องการและความคาดหวังของชุมชนและสังคม

ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ คือ

ด้านการศึกษา

บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยการมอบทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ อาทิเช่น โครงการ ONE Model School กลุ่ม ปตท. หรือเดิมคือโครงการพัฒนาผู้นำเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) โครงการ GPSC Young Social Innovator การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวิถีใหม่ และโครงการพัฒนาครูสู่การเรียนรู้วิถีใหม่ เป็นต้น

ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนและสังคม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ มีอาชีพรองรับ มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงมีสุขภาพใจและกายที่สมบูรณ์ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมพัฒนาศักยภาพของกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กิจกรรมพัฒนาเยาวชน รวมถึงการส่งเสริมการเล่นกีฬา โครงการพัฒนาโรงพยาบาลมาบตาพุด โครงการชมรมผู้สูงอายุ โครงการหมอไฟฟ้า โครงการหมอไฟฟ้าสร้างอาชีพ และโครงการวิสาหกิจชุมชนธนาคารขยะและการแปรรูปขยะ เป็นต้น

ด้านการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน

บริษัทฯ มีส่วนสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์และกิจกรรมด้านประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาที่จัดโดยชุมชนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นประจำ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ และสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในรูปแบบต่างๆ ภายใต้โครงการเคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะกรรมการไตรภาคี การประชุมคณะกรรมการตรวจติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA Monitoring) การพบปะเยี่ยมเยือนชุมชน กิจกรรมเปิดบ้าน (Open House) การรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) เป็นต้น

*รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในคู่มือการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ปี 2564-2566

ด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงกับพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ โดยดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สร้างสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาทิ โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการปะการังเทียม โครงการบำรุงสวนป่า 34 ไร่ โครงการปลูกป่าและสร้างฝายชะลอน้ำบนเขาภูดร-ห้วยมะหาด โครงการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น

SDG 7: AFFORDABLE AND CLEAN ENERGY
Safety

ปรับปรุง ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ให้กับสาธารณ สถาน อาทิ โรงเรียน วัด สถานพยาบาลท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดเพลิงไหม้ ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต รวมถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้กับหน่วยงานราชการท้องถิ่นกรณีประสบภัยพิบัติ

Saving

ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน รวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสามารถนำเงินที่ประหยัดได้ไปพัฒนาหรือทำกิจกรรมอื่นที่มีประโยชน์กับหน่วยงาน

Security

ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้คนในชุมชนและสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดอุปสรรคในการใช้ชีวิต รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า เช่น การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่โรงพยาบาล เป็นต้น

Socio-economic

สร้างและส่งเสริมอาชีพ “หมอไฟฟ้า” ให้กับคนในชุมชน โดยการฝึกอบรมคนในชุมชนให้มีทักษะอาชีพสามารถเป็นช่างไฟฟ้าพื้นฐาน ดูแลครัวเรือนชุมชนของตนเองและก่อให้เกิดรายได้เสริม หรืออาจพัฒนาเป็นรายได้หลักให้กับตนเองต่อไป

ด้านคุณภาพชีวิต
  • สมาชิกชุมชนมีความสบายใจมากขึ้นในการเข้าถึงสาธารณสุข
  • บุคลากร รพ.สต. มีความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น
  • บุคลากร รพ.สต. มีเวลาในการใช้ชีวิตกับครอบครัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลดการทํางานล่วงเวลา
ด้านเศรษฐกิจ
  • สมาชิกชุมชนลดรายจ่ายและค่าเสียโอกาสในการเดินทางไปโรงพยาบาลในอําเภออมก๋อย
  • สาธารณสุขอําเภอลดค่าใช้จ่ายในด้านเวชภัณฑ์ การขนส่ง เชื้อเพลิงในการป็นไฟสํารอง และการทํางานล่วงเวลาของบุคลากร
  • สาธารณสุขอําเภอลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยอาการสาหัสที่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  • รพ.สต. ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าปรับปรุงระบบไฟฟ้า และค่าซ่อมแซมอุปกรณ์
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • รพ.สต. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด
  • สมาชิกชุมชนและสาธารณสุขอําเภอ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทาง เช่น สมาชิกชุบชนลดการเด็รไปกลับโรงพยาบาลอําเภออมก่อน และสาธารณะสุข ลดการขนส่งวัคซีน หรือขนส่งผู้ป่วยสาหัส เนื่องจาก รพ.สต. ทั้ง 2 แห่ง มีระบบ ไฟฟ้าที่สเถียร สามารถให้บริการประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

SDG 12: RESPONSIBLE CONSUMPTION AND PRODUCTION
SDG 13: CLIMATE ACTION

โครงการ Zero Waste Village มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและรณรงค์ให้คนในชุมชนคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับขยะและสิ่งของเหลือใช้ อีกทั้งช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้กับชุมชน โดยโครงการ Zero Waste Village นี้ เป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่จะพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ก่อให้เกิดรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและสร้างความยั่งยืนภายในสังคมและชุมชนด้วยตนเอง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์เดิมของชุมชนบ้านไผ่ ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะชุมชน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่รัศมีของโครงการคัดแยกขยะฯ เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจร่วมกับชุมชนสังคมอย่างยั่งยืน โดยศูนย์การเรียนรู้ฯ จะเปิดอบรมให้แก่บุคคลทั่วไปและมีกิจกรรมอื่นๆ ภายในศูนย์ฯ ดังต่อไปนี้

กิจกรรมธนาคารขยะ

ดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รวมถึงชุมชนใกล้เคียง ภายใต้ “ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะชุมชนบ้านไผ่” เปิดทำการซื้อ-ขาย เดือนละ 1 ครั้ง โดยสนับสนุนให้สมาชิกที่ทำการซื้อ-ขาย สะสมรายได้เป็นเงินออม ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการออมตลอดทั้งปี ธนาคารขยะได้ทำการซื้อ-ขายขยะรีไซเคิลเป็นจำนวน 15.5 ตัน และลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 11.106 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCo2e) (LESS-TGO, 2 กรกฎาคม 2563)

กิจกรรมรับบริจาคขยะรีไซเคิลเพื่อสาธารณประโยชน์ for public benefits

รับบริจาคหลอดพลาสติกผ่านโครงการ “ต่ออายุหลอด” ซึ่งดำเนินงานโดยมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่ม ปตท.โดยมีการเปิดรับบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้วจากพนักงานในกลุ่ม ปตท. และบุคคลทั่วไป เพื่อนำไปจัดทำเป็นหมอนหลอด ช่วยบรรเทาอาการแผลกดทับแก่ผู้ป่วยติดเตียงในสถานพยาบาลต่างๆ แต่เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ทำให้มีข้อจำกัดในการนำหลอดไปผลิตเป็นหมอนหลอด เพราะหลอดบางส่วนไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี มูลนิธิพลังที่ยั่งยืนจึงได้จับมือกับกลุ่ม GPSC นำหลอดดังกล่าวไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ และสร้างประโยชน์จากของเหลือใช้ได้ร้อยละ 100

กิจกรรมอบรมแกนนำจัดการขยะในชุมชน management in schools

ศูนย์เรียนรู้ฯ เปิดหลักสูตรอบรมด้านการจัดการขยะให้แก่บุคคลทั่วไปโดยคิดค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม โดยมีคณะกรรมการศูนย์ฯ ร่วมกับสมาชิกชุมชน เป็นวิทยากรการอบรม

  • หลักสูตรการคัดแยกขยะพื้นฐานในครัวเรือน
  • หลักสูตรการจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือนด้วยถังรักษ์โลก หรือ Green Cone
  • หลักสูตรการจัดการขยะรีไซเคิลในรูปแบบของธนาคารขยะ
  • หลักสูตรการแปรรูปขยะรีไซเคิล
กิจกรรมอบรมและสร้างความตระหนักเรื่องปัญหาขยะและ แนวทางการจัดการขยะในครัวเรือน on waste issues and household waste management practices

จัดการอบรมแนวทางจัดการขยะครัวเรือนทุกประเภท ทั้งขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย และขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ให้แก่คนในชุมชน และหน่วยงานราชการท้องถิ่น

กิจกรรมแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่า

ศูนย์เรียนรู้ฯ จัดอบรมการแปรรูปขยะรีไซเคิลเพื่อเป็นสินค้า เช่น หมอนอิงจากหลอดพลาสติก ฯลฯ ให้แก่สมาชิกฯ เพื่อจัดจำหน่ายเป็นรายได้ต่อไป โดยศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า (รับออเดอร์และจัดส่งสินค้า) ของสมาชิกผ่านทาง Facebook ที่ดูแลโดยศูนย์ฯ และช่องทางอื่น ๆ เช่น ตลาดสินค้า OTOP ต่างๆ

นอกจากศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะของชุมชนแล้ว บริษัทฯ ยังได้ดำเนินงานออกแบบและปรับปรุงอาคารโรงคัดแยกขยะเพื่อแปลงเป็นเชื้อเพลิง RDF เป็นศูนย์การเรียนรู้ Waste to Energy (W2E) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีการจัดการขยะของบริษัทฯ โดยศูนย์การเรียนรู้ W2E นี้ดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้อย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 1/2564

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ได้ที่นี่

คุณค่าต่อองค์กร
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 11.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนในพื้นที่
  • การคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การผลิตเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอยที่มาจากชุมชน มีประสิทธิภาพ
คุณค่าต่อชุมชนและสังคม
  • สร้างความตระหนักด้านการจัดการขยะให้กับชุมชน และนักเรียนในพื้นที่
  • ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลดปริมาณขยะในชุมชน
  • ส่งเสริมให้ชุมชนประกอบอาชีพเสริมและเกิดรายได้เพิ่มเติม ในปี 2563 ประมาณ 25,000 บาท

ผลลัพธ์หรือผลประโยชน์ทางสังคมของโครงการ Zero Waste Village

ด้านเศรษฐกิจ
  • สมาชิกธนาคารขยะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการขายขยะรีไซเคิล เช่น พลาสติก แก้ว โลหะ และผลิตภัณฑ์จากขยะ เช่น หมอนรองคอจากหลอดพลาสติก ตะกร้า ปากกาตกแต่งด้วยดอกไม้ กระเป๋าใส่เหรียญ เป็นต้น
  • สมาชิกธนาคารขยะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการอบรมและถังสําหรับการทําปุ๋ย
  • ประธานกลุ่มธนาคารขยะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเพื่อไปของบประมาณ สนับสนุนโครงการตามหน่วยงานราชการต่างๆ
  • ผู้รับซื้อขยะสามารถสร้างรายได้มากขึ้น จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากขยะ
  • อบต.หนองตะพาน สามารถประหยัดงบประมาณได้มากขึ้น เนื่องจากจํานวนขยะในชุมชน มีปริมาณลดลง และชุมชนได้รับการสนับสนุนด้านการอบรมจาก GPSC
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • ชุมชนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการเดินทางไปอบรมเรื่องการบริหารจัดการและแปรรูปขยะ
  • ชุมชนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการฝังกลบขยะ
  • ชุมชนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการนําขยะมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งทําให้เกิดการลดการใช้วัตถุดิบตั้งต้นสําหรับการผลิต (Virgin Meterial) เช่น พลาสติก แก้ว โลหะ
ด้านคุณภาพชีวิต
  • ประธานกลุ่มธนาคารขยะมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเดินทางไปของบประมาณ สนับสนุนโครงการตามหน่วยงานราชการต่างๆ

SDG: 9: INDUSTRY, INNOVATION AND INFRASTRUCTURE

โครงการ GPSC Young Social Innovator เริ่มต้นขึ้นในปี 2561 ในรูปแบบของค่ายอบรมและแข่งขันนวัตกรรมของเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าระดับภูมิภาคตะวันออก มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 39 ทีม แต่จากความสำเร็จของผลงานเยาวชนที่ได้รับรางวัล 1 เหรียญเงิน และ 1 special award จากการแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติเวที Seoul International Invention Fair (SIIF) ทำให้ในปีถัดมาคือปี 2562 โครงการ GPSC Young Social Innovator ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายเยาวชน โดยยกระดับจากการแข่งขันระดับภูมิภาคเป็นการแข่งขันระดับประเทศ ส่งผลให้ในปีที่ 2 นี้ มีเยาวชนจำนวน 158 ทีมสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยผลงานของเยาวชนรุ่นที่ 2 นี้เป็นที่ประจักษ์ชัดยิ่งขึ้น เพราะถึงแม้จะประสบกับวิกฤตการณ์การแพร่รบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือ COVID-19 จนทำให้การแข่งขันนวัตกรรมนานาชาติที่เป็นเป้าหมายของการแสดงฝีมือและศักยภาพของเยาวชนไทยเกือบทุกเวทีถูกยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นแบบออนไลน์ แต่ถึงกระนั้น ผลงานของเยาวชนโครงการ GPSC Young Social Innovator ยังคงเป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับนานาชาติ โดยได้รับ 1 เหรียญทอง 1 special award จาก International British Inventions, Innovation Exhibition (IBIX) และ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 special award จาก World Invention Innovation Contest (WIC)

จากความสำเร็จเป็นอย่างมากของโครงการ GPSC Young Social Innovator season 2 ในปี 2562 GPSC จึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับโครงการให้เป็นค่ายอบรมบ่มเพาะทักษะด้านนวัตกรรม ปลุกปั้นนวัตกรรุ่นใหม่ ให้กับประเทศไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศโครงการ GPSC Young Social Innovator 2563 ให้เป็นรางวัลใหญ่ของการแข่งขันในปีที่ 3 ทำให้โครงการยิ่งได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศและมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการอย่างล้นหลามถึง 303 ทีม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการแข่งขันไม่ใช่เป้าหมายหลักที่แท้จริงของโครงการ GPSC Young Social Innovator แต่อย่างใด GPSC มีความมุ่งหวังและเป้าหมายที่จะผลักดันให้เยาวชนเห็นคุณค่าของชุมชนสังคม ด้วยการนำนวัตกรรมที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมานั้นไปพัฒนาสังคมของตนเองให้มีคุณภาพในยุค 4.0 นี้ และจาก 3 ปีของการดำเนินโครงการ GPSC Young Social Innovator นอกจากรางวัลจากการประกวดนวัตกรรมนานาชาติซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนถึงฝีมือ ความมุ่งมั่น และทักษะทางวิชาการของเยาวชนไทยแล้ว เยาวชน GPSC Young Social Innovator ยังได้นำนวัตกรรมเหล่านั้นไปถ่ายทอดและขยายผลไปสู่ชุมชนอีกด้วย อาทิเช่น

  • การเพิ่มมูลค่าของข้าวฮางงอกเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นต่างๆ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน โดยใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากชุมชนเอง มีการจัดจำหน่าย สร้างรายได้ สร้างอาชีพทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับคนในชุมชน
  • การแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรเป็นกระดาษและพัฒนาต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากการถ่ายทอดองค์ความรู้และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับคนในชุมชนทางอ้อมอีกด้วย

ทั้งนี้ GPSC เชื่อว่าการเป็นคนเก่งนั้นควรจะต้องเป็นคนดีควบคู่กันไปด้วย เช่นเดียวกับการเป็นนวัตกรที่ดีนั้น จะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ สามารถช่วยเหลือชุมชน สังคม ประเทศชาติได้ด้วยเช่นกัน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ได้ที่นี่

คุณค่าต่อองค์กร
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับชุมชนในพื้นที่
  • สร้างบุคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • PR Value 2.96 ล้านบาท
คุณค่าต่อชุมชนและสังคม
  • การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
  • คุณภาพทางการศึกษาดีขึ้น
  • ช่วยพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของประเทศให้ดีขึ้น

การแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรเป็นกระดาษ

เป็นการนำผลงาน “กระดาษรีไซเคิลจากวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการเกษตรกรรม” จากโรงเรียนเซนนิโกลาส จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นด้านสังคมจากโครงการ YSI 2019 season 2 มาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดย GPSC ได้สนับสนุนงบประมาณให้เยาวชน GPSC Young Social Innovator ได้นำองค์ความรู้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้เรียนรู้จากโครงการไปถ่ายทอดสู่ชุมชน โดยเยาวชนได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ขนาดเล็กด้านกระบวนการผลิตกระดาษจากเส้นใยเหลือทิ้งจากเกษตรกรรมประเภทต่างๆในโรงเรียนภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก GPSC เพื่อให้สมาชิกชุมชนที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้แนวทางการทำกระดาษ โดยใช้อุปกรณ์ เช่น โดมตากแห้งกระดาษ พิมพ์ขึ้นรูปกระดาษ และอื่นๆ โดยมีการว่าจ้างบุคคลตกงานจากวิกฤต COVID-19 ในพื้นที่เพื่อจัดทำอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

ปัจจุบันเยาวชนได้จัดซื้อวัตถุดิบคือฟางข้าวจากชุมชนในพื้นที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มาดำเนินกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์เรียนรู้ในโรงเรียน และจ้างงานคนตกงานจากวิกฤต COVID-19 เพื่อดำเนินการผลิตบรรจุภัณฑ์จากกระดาษประเภทต่างๆ ตามคำสั่งซื้อจากการเปิดขายทั่วไปผ่านระบบออนไลน์

นอกจาก 3 โครงการหลักที่กล่าวไปแล้ว ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ในรอบแรก โดยในระยะที่หนึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมหลายอย่างทั้งในและนอกพื้นที่ อาทิ สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนผลิตหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า, สนับสนุนฉากกั้นการพุ่งกระจายของเชื้อโรคแก่โรงพยาบาล, สนับสนุนถุงยังชีพให้กับประชาชน, จัดทำโรงเรียนต้นแบบ “โครงการโรงเรียนวิถีใหม่ (The New Normal School)”, สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, หน้ากาก N95, Face Shield และชุด PPE, มอบเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาชุดตรวจ COVID-19 แก่สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เป็นต้น

หลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู บริษัทฯ จึงเริ่มดำเนินการให้ความช่วยเหลือระยะที่สองแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์ COVID-19 ภายใต้ โครงการ “GPSC ร่วมใจ รวมไทย ช่วยชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

โครงการ “GPSC ร่วมใจ รวมไทย ช่วยชาติ”

การจ้างงานนักศึกษาจบใหม่จํานวน 100 อัตรา

โดย 50 อัตราอยู่ในโครงการ Flash และ โครงการwลิตเชื้อเพลิง จากขยะมูลฟอยชุมชน (โรงไฟฟ้าและศูนย์คัดแยกขยะ RDF) และ อีก 50 อัตรา สนับสนุนงานด้านชุมชนสัมพันธ์และความรับพิGษอบ ต่อสังคม รวมทั้งงานที่ส่วนงานอื่นๆ ขอมา

การสนับสนุนสินค้าและบริการกายในท้องถิ่น

ด้วยการจัดทําของขวัญปีใหม่ประจําปี 2564 จากwลิตภัณฑ์ภายใน ชุมชนทั้งในจังหวัดระยองและพื้นที่อื่นๆ

การส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและในประเทศ

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองหลักและเมืองรอง โดยการจัดกิจกรรม สัมนาสัญจรให้กับwนักงานและคณะกรรมการบอร์a โดยใช้บริการ โรงแรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาโย่อม (Small and Medium Enterprises: SME) ที่ได้มาตรฐาน Amazing Thailand Safety And Health Administration (SHA) ของกรทองเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) และการสนับสนุนค่าที่พักให้กับwนักงานในวงเงิน 2,500 บาทต่อคน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มในโรงแรม SME

ซึ่งงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดในโครงการ “GPSC ร่วมใจ รวมไทย ช่วยชาติ” นี้คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 14.95 ล้านบาท

เป้าหมายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการอยู่ร่วมกันกับชุมชนอย่างยั่งยืน ปี 2563-2567

โดยในปี 2563 ที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนการบริจาคเพื่อการกุศลลดลงเหลือร้อยละ 23.31, ผลสำรวจความพึงพอใจของชุมชนที่มีต่อบริษัทอยู่ที่ระดับร้อยละ 74.6 และมีการประเมินค่าผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ใน 6 กิจกรรม โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 0.41-6.53 ประกอบด้วย

จากผลการดำเนินงานในภาพรวมดังกล่าวถือว่ามีความก้าวหน้ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ และกลุ่ม GPSC ยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวให้ได้ภายในปี 2565 เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของกลุ่ม GPSC ที่จะก้าวไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมที่ยั่งยืนในธุรกิจไฟฟ้าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

Type of Contribution

FY 2020
Cash contributions THB 12,462,870
Time: employee volunteering during paid working hours THB 564,543
In-kind giving: product or services donations, projects/partnerships or similar THB 1,901,058
Management overheads THB 13,412,278

Type of Philanthropic Activities

Percentage of Total Costs (%)
Charitable Donations 23.31
Community Investments 72.34
Commercial Initiatives 4.35
Total (%) 100
ปรับปรุง ณ เดือน เมษายน 2564

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน โดย The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance)